นวัตกรรมใหม่ Subcision ตัดพังผืด รักษาหลุมสิวด้วย โปรแกรม CureJet ที่ Kritthada Clinic บางนา
- นพ. กฤษณ์ บูรณโยชน์กุล

- 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 5 นาที
บอกลาหลุมสิวด้วยโปรแกรม CureJet นวัตกรรม "แรงดันสูง" ช่วยตัดพังผืดหลุมสิว (Air Subcision) ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนแบบไม่ต้องพักฟื้นนาน
ปัญหาหลุมสิวเป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่รักษายากและต้องใช้ความอดทนสูง หลายคนเคยผ่านการเลเซอร์ที่เจ็บ ต้องทนกับรอยช้ำ และต้องพักหน้ายาวนาน แต่วันนี้มีเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในวงการแพทย์ผิวหนังจากประเทศเกาหลีใต้ นั่นคือ โปรแกรม CureJet ทางเลือกใหม่ของคนอยากรักษาหลุมสิวให้ผิวหน้าเรียบเนียน ด้วยเทคนิคการตัดพังผืดลึกแบบใหม่โดยไม่ต้องใช้เข็ม
CureJet รักษาหลุมสิวอย่างไร? CureJet เป็นเครื่องฉีดสารเข้าสู่ผิวโดยไม่ใช้เข็ม ตัวเครื่องสร้างแรงแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อผลักของเหลวให้กลายเป็นลำพุ่งขนาดเล็กและมีความเร็วสูง ของเหลวจะผ่านผิวลงไปกระจายในชั้นหนังแท้หรือชั้นใต้ผิวตามพารามิเตอร์ที่แพทย์กำหนด แรงกระจายของ microjet อาจช่วยคลายพังผืดขนาดเล็กใต้หลุม พร้อมสร้างการบาดเจ็บระดับจุลภาคและนำสารที่เลือกเข้าสู่ฐานหลุม จึงมักเรียกแนวทางนี้ว่า needle-free jet subcision หรือ micro-subcision แบบไม่ใช้เข็ม อย่างไรก็ตาม CureJet ไม่ใช่ตัวแทนของ subcision แบบเข็มหรือ cannula ในหลุมสิวทุกชนิด โดยเฉพาะ rolling scar ที่ลึกและถูกดึงด้วยพังผืดหนา การตรวจชนิด ความลึก และแรงยึดของแต่ละหลุมก่อนรักษาจึงสำคัญกว่าการเลือกเครื่องเพียงอย่างเดียว

สารบัญ
4 เหตุผลหลักที่ทำให้ CureJet เป็น Game Changer ในการรักษาหลุมสิว
ทำไมการรักษาหลุมสิวจึงมักต้อง Combination Treatment?
การดูแลหลังทำ CureJet
รีวิวรักษาหลุมสิว CureJet ก่อนและหลังทำ ผิวเรียบเนียนขึ้นชัดเจน
CureJet คืออะไร?
CureJet คือนวัตกรรมการส่งตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวด้วยระบบ Solenoid (แรงดันแม่เหล็กไฟฟ้า) แทนการใช้เข็มแบบเดิมๆ (Needle-free Injection) โดยเครื่องจะส่งแรงดันสูงพิเศษเพื่อผลักตัวยาหรือสกินบูสเตอร์ให้กระจายตัวในชั้นผิวได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ เข้าถึงจุดที่เป็นปัญหาได้อย่างตรงจุด
4 เหตุผลหลักที่ทำให้ CureJet เป็น Game Changer ในการรักษาหลุมสิว
1. นวัตกรรม Air Subcision (ตัดพังผืดด้วยแรงดันอากาศ)

หลุมสิวส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะ Rolling Scar และ Boxcar Scar) จะมี "พังผืด" (Fibrosis) ยึดเกาะใต้ผิวหนัง ดึงรั้งให้ผิวบุ๋มลงไปเป็นแอ่ง
การรักษาแบบเดิม: ต้องใช้เข็ม Nokor เจาะเลาะพังผืดทีละจุด ซึ่งเจ็บและมีโอกาสเกิดรอยเขียวช้ำได้ง่าย
โปรแกรม CureJet: ใช้แรงดันอากาศความเร็วสูงฉีดของเหลวลงไปแหวกพังผืดให้ขาดออกจากกัน (Air Subcision) กระบวนการนี้มีความแม่นยำกว่า เจ็บน้อยกว่า และสามารถเซาะพังผืดในวงกว้างได้ดีกว่าโดยไม่ต้องพึ่งเข็ม
2. ส่งตัวยาได้ลึกและกระจายตัว 360 องศา (Horizontal Spread)
การทายาหรือฉีดด้วยเข็มปกติ ยาจะกระจุกตัวเป็นจุดเดียว แต่ CureJet ใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนของเหลวให้เป็นลำแสง (Jet) เมื่อกระทบชั้นผิว ยาจะกระจายตัวแผ่ออกด้านข้าง ทำให้สารบำรุงล้ำลึกอย่าง Juvelook, Exosomes, PDRN, หรือ Vitaran, Rejuran เข้าไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายใต้หลุมสิวได้ครอบคลุมทุกพื้นที่
3. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายใน (Micro-trauma)
กลไกของ CureJet ไม่ใช่แค่การส่งยา แต่แรงกระแทกของ Micro-jet ที่ลงไปถึงชั้นผิวแท้ (Dermis) จะทำให้เกิดบาดแผลขนาดจิ๋วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้าง Collagen และ Elastin ขึ้นมาใหม่ ผลที่ได้คือเนื้อผิวจะค่อยๆ ฟูขึ้น รูขุมขนกระชับ และผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
4. เจ็บน้อย แทบไม่ต้องพักฟื้น (Low Downtime)
ตอบโจทย์คนกลัวเข็มและไม่มีเวลาพักหน้า:
ไม่มีหัวเข็ม: ลดความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อและรอยจ้ำเลือดจากรอยเข็ม
ผิวไม่เบิร์น: เนื่องจากใช้พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) ไม่ใช่ความร้อนสูงแบบเลเซอร์บางชนิด ผิวจึงไม่ไหม้
กลับไปใช้ชีวิตได้ไว: รอยแดงหลังทำมักจะหายไปภายใน 24-48 ชั่วโมง
CureJet เหมาะกับหลุมสิวเพราะมัน "ตัดพังผืด + เติมยา + กระตุ้นคอลลาเจน" ได้ครบจบในเครื่องเดียว โดยที่รู้สึกเจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน
หลุมสิวไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด ทำไมต้องแยกชนิดก่อนรักษา?
คำว่า “หลุมสิว” ครอบคลุมแผลเป็นหลายโครงสร้าง แต่ละแบบเกิดจากความเสียหายในระดับผิวและตอบสนองต่อการรักษาไม่เหมือนกัน
ชนิดหลุมสิว | ลักษณะที่มักพบ | ปัญหาหลัก | แนวทางที่มักพิจารณา |
Ice-pick scar | ปากแคบ ลึก คล้ายรูเข็ม | รอยโรคลึกและแคบ | TCA CROSS, punch excision หรือวิธีเฉพาะจุด |
Boxcar scar | ขอบค่อนข้างชัด ก้นแบน มีทั้งตื้นและลึก | ผิวและคอลลาเจนสูญเสียเป็นบริเวณ | fractional laser, RF microneedling, punch elevation หรือ subcision ในรายที่มีพังผืดร่วม |
Rolling scar | หลุมกว้าง ขอบลาด ผิวเป็นคลื่น และตื้นขึ้นเมื่อดึงผิว | พังผืดยึดผิวกับชั้นล่าง | subcision เป็นแกนหลัก อาจเสริม filler, biostimulator หรือพลังงานกระตุ้นคอลลาเจน |
Mixed scar | มีหลายชนิดร่วมกันในคนเดียว | หลายกลไกพร้อมกัน | combination treatment ที่เลือกวิธีให้ตรงกับแต่ละหลุม |
Subcision เหมาะที่สุดเมื่อสาเหตุสำคัญคือ fibrotic tethering หรือพังผืดที่ดึงผิวให้ยุบลง แต่ถ้าหลุมลึกเป็นแท่งแคบ หรือขอบหลุมแข็งชัด การคลายพังผืดเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ
Subcision แบบเดิมทำงานอย่างไร?
Subcision แบบดั้งเดิมใช้เข็ม Nokor เข็มชนิดอื่น หรือ blunt cannula สอดเข้าไปในระนาบใต้หลุม แพทย์เคลื่อนอุปกรณ์ในแนวขนานกับผิวเพื่อตัดหรือแยกเส้นพังผืด เมื่อแรงดึงถูกปล่อย ฐานหลุมสามารถยกตัวขึ้น และการบาดเจ็บแบบควบคุมยังกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อใหม่
ข้อดีคือแพทย์สามารถคลายพังผืดที่หนาและครอบคลุมบริเวณกว้างได้โดยตรง จึงยังมีบทบาทมากใน rolling scar ที่ลึกหรือแน่น แต่หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ เจ็บ เลือดออก ก้อนใต้ผิว สีผิวเปลี่ยนชั่วคราว หรือการติดเชื้อได้ แม้ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจะไม่พบบ่อยเมื่อทำโดยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาค
CureJet ต่างจาก Subcision แบบเข็มอย่างไร?
CureJet ใช้ ลำของเหลวความเร็วสูงขนาดเล็กมาก แทนอุปกรณ์โลหะที่สอดและกวาดอยู่ใต้ผิว ระบบสร้างแรงแม่เหล็กไฟฟ้าขับลูกสูบ ส่งแรงไปยังของเหลวใน drug chamber และพ่นผ่าน nozzle เป็น microjet ผิวจึงมีจุดเปิดขนาดเล็ก ขณะที่ของเหลวกระจายออกในชั้นเนื้อเยื่อด้านล่าง
ผลที่ต้องการมีได้ 3 ส่วน ซึ่งอาจเกิดมากน้อยต่างกันตามพลังงาน ระยะห่าง ปริมาตรต่อช็อต ชนิดของสาร และโครงสร้างผิวของแต่ละคน
Mechanical release — แรงของ microjet และการขยายตัวของของเหลวช่วยแยกเนื้อเยื่อและคลายพังผืดขนาดเล็กบริเวณฐานหลุม
Controlled micro-injury — การบาดเจ็บระดับจุลภาคกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและ remodeling ของคอลลาเจน
Drug or biostimulator delivery — สามารถนำสารที่แพทย์เลือกเข้าสู่ชั้นเป้าหมาย เพื่อเพิ่มปริมาตรชั่วคราวหรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามคุณสมบัติของสารนั้น
ตารางเปรียบเทียบ: CureJet vs การตัดพังผืด Subcision แบบเดิม
ข้อเปรียบเทียบ | การใช้เข็มเลาะพังผืด (Traditional Subcision) | โปรแกรม CureJet (Air Subcision) |
ความรู้สึกขณะทำ | เจ็บพอสมควร อาจต้องใช้ยาชาปริมาณมาก | เจ็บน้อย (ความรู้สึกเหมือนโดนดีดผิวเบาๆ) |
รอยช้ำหลังทำ | มีรอยเข็ม รอยจ้ำเลือด หรือเขียวช้ำชัดเจน | มีเพียงรอยแดงจางๆ หายไวใน 1-3 วัน |
ความแม่นยำ | ขึ้นอยู่กับน้ำหนักมือของแพทย์ผู้รักษา | ควบคุมความลึกและปริมาณยาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ |
การพักฟื้น (Downtime) | ต้องพักหน้านาน 7-14 วัน | แทบไม่ต้องพักหน้า สามารถแต่งหน้าได้ไว |
หลักฐานวิจัยของ Jet Subcision และ CureJet มีมากแค่ไหน?
1. งานเปรียบเทียบ pneumatic injection กับ needle subcision
การศึกษาแบบสุ่ม split-face ในผู้มีหลุมสิวระดับปานกลางถึงรุนแรงรับอาสาสมัคร 20 คน และมี 18 คนที่จบการศึกษา ด้านหนึ่งของใบหน้าได้รับ normal saline ด้วย pneumatic injector 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ ส่วนอีกด้านได้รับ needle subcision ผลติดตาม 12 สัปดาห์พบว่า rolling และ boxcar scars ดีขึ้นจากก่อนรักษาทั้งสองด้าน และไม่พบความแตกต่างด้านประสิทธิผลอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสองวิธี ขณะที่กลุ่ม pneumatic injection มีผลข้างเคียงน้อยกว่า
งานนี้สนับสนุน “แนวคิด” ว่าแรงดันของเหลวสามารถช่วยรักษาหลุมสิวได้ แต่ไม่ได้ศึกษา CureJet โดยตรง และจำนวนครั้งของการรักษาระหว่างสองด้านไม่เท่ากัน จึงไม่ควรนำไปสรุปว่าเครื่องทุกชนิดให้ผลเท่ากับ subcision แบบเข็มในทุกกรณี
2. รายงานการใช้ CureJet ร่วมกับ poly-(lactic acid)
บทความปี 2024 รายงานการใช้ CureJet ส่งสารกลุ่ม poly-(lactic acid) เข้าสู่หลุมสิว พร้อมการศึกษาบนผิว cadaver ผู้วิจัยพบการกระจายตัวของอนุภาคใน upper และ mid dermis เป็นหลัก และไม่เห็นการรบกวน epidermis หรือหลอดเลือดอย่างเด่นชัดในชิ้นเนื้อตัวอย่าง ภาพผู้ป่วยในรายงานแสดงการเปลี่ยนแปลงของหลุมและ texture หลังรักษา โดยผู้เขียนรายงานผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม นี่เป็น รายงานผู้ป่วยจำนวนจำกัด ไม่ใช่ randomized controlled trial จึงบอกได้ว่าหลักการมีความเป็นไปได้และน่าสนใจ แต่ยังไม่สามารถระบุเปอร์เซ็นต์ผลลัพธ์ที่แน่นอน เปรียบเทียบความเหนือกว่าวิธีอื่น หรือรับรองผลในผู้ป่วยทุกกลุ่มได้
3. ข้อมูลจาก needle-free jet injector ด้านอื่น
มีการศึกษาขนาดเล็กเกี่ยวกับ CureJet ในการส่ง polynucleotide เพื่อฟื้นฟูผิว ซึ่งพบว่าบริเวณที่ใช้ CureJet มีคะแนนปวดต่ำกว่าการฉีดด้วยเข็มและไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง แต่การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมเพียง 10 คน ติดตามระยะสั้น และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อตอบคำถามเรื่องหลุมสิวโดยตรง จึงถือเป็นข้อมูลประกอบด้านการส่งสารและความทนต่อการรักษาเท่านั้น
สรุปน้ำหนักของหลักฐาน
หลักฐานปัจจุบันสนับสนุนว่า needle-free microjet มีศักยภาพในการช่วยคลายหลุมตื้น กระจายสาร และกระตุ้นการซ่อมแซมผิว แต่ข้อมูลเฉพาะ CureJet สำหรับหลุมสิวยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ส่วนใหญ่เป็นงานเชิงกลไก รายงานผู้ป่วย และการศึกษาขนาดเล็ก ผู้รับบริการจึงควรได้รับคำอธิบายทั้งประโยชน์ที่คาดหวังและข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา
CureJet เหมาะกับหลุมสิวแบบไหน?
CureJet อาจมีบทบาทในกรณีต่อไปนี้
Rolling scar ระดับตื้นถึงปานกลางที่มีพังผืดขนาดเล็กกระจายหลายจุด
Shallow boxcar scar หรือหลุมกว้างที่ฐานยังตอบสนองต่อแรงยก
หลุมสิวระยะแรกที่ยังมีรอยแดงหรือ texture ผิดปกติร่วมด้วย โดยแพทย์เลือกสารและพลังงานให้เหมาะสม
ผู้ที่ต้องการลดการใช้เข็มและยอมรับว่าการรักษาอาจต้องทำหลายครั้ง
ผู้ที่เหมาะกับการรักษาแบบผสม เช่น micro-subcision เฉพาะหลุม แล้วใช้ fractional laser หรือ RF microneedling ปรับผิวโดยรวม
กลุ่มที่อาจต้องใช้วิธีอื่นหรือทำร่วมกัน
Ice-pick scar ลึก: มักตอบสนองต่อ TCA CROSS หรือ punch technique มากกว่า
Deep boxcar scar ที่ขอบชัด: อาจต้องใช้ punch elevation, fractional resurfacing หรือวิธีเฉพาะหลุม
Rolling scar ลึกและพังผืดหนา: manual subcision ด้วย cannula หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมอาจปลดพังผืดได้ตรงกว่า
มีสิวอักเสบมากหรือการติดเชื้อบริเวณรักษา: ควรควบคุมโรคก่อน
มีประวัติแผลเป็นนูนง่าย ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด ใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัวบางชนิด: ต้องแจ้งแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล
ทำไมต้องรักษาหลุมสิวที่ Kritthada Clinic บางนา
ที่ กริตธาดาคลินิก เราให้ความสำคัญกับการรักษาที่ตรงจุดและได้ผลลัพธ์จริง คุณหมอจะประเมินสภาพผิวเฉพาะบุคคลและมักใช้เทคนิค Combination Therapy เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด:
โปรแกรม PicoSure Pro + CureJet: ถือเป็น "The Perfect Match" โดยเราเลือกใช้เครื่อง PicoSure Pro ซึ่งเป็น Picosecond Laser ระดับโลกในการปรับสภาพผิวชั้นบนและจัดการเม็ดสี รอยดำรอยแดง ควบคู่กับการใช้ CureJet ในการตัดพังผืดชั้นลึกและผลักตัวยา
โปรแกรม CureJet + Juvelook: การใช้แรงดัน CureJet ผลักสกินบูสเตอร์อย่าง Juvelook หรือ Exosomes จะช่วยบูสต์การสร้างคอลลาเจน ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นเร็วกว่าการฉีดแบบปกติ
CureJet + Frax Pro 1550: CureJet ทำหน้าที่ตัดพังผืดหลุมสิวชั้นลึก ควบคู่กับ Frax Pro (Non-ablative Fractional) ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ปรับเนื้อผิวและรูขุมขนให้เนียนละเอียด โดยไม่ทำให้เกิดสะเก็ดแผลใหญ่
CureJet + LaseMD: CureJet จัดการหลุมสิวและผลักตัวยา ส่วน LaseMD ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบนอย่างอ่อนโยน ลดรอยแดงรอยดำ พร้อมเปิดผิวให้รับสารบำรุงได้ดียิ่งขึ้น เพื่อผิวที่ฟูและกระจ่างใส
CureJet + Fotona SP Dynamis: ใช้ CureJet คลายพังผืดเฉพาะจุด ร่วมกับเทคโนโลยี Fotona ที่ช่วยกรอขอบหลุมสิวให้เรียบเนียน และส่งผ่านความร้อนลงลึกเพื่อปรับโครงสร้างผิว (Remodeling) เหมาะกับผู้ที่มีหลุมสิวหลายชนิดผสมกัน
CureJet + Sylfirm X Plus: CureJet ตัดรั้งพังผืดใต้หลุมสิว ผสานกับ Sylfirm X Plus (Microneedle RF) ที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงลึก ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างผิวที่เสียหายรุนแรง กระชับรูขุมขน และช่วยยกกระชับผิว
วิเคราะห์ผิวด้วยเทคโนโลยี 3D: คลินิกมีการวัดผลด้วยเครื่องถ่ายภาพแบบ 3D ที่วิเคราะห์คุณภาพผิว ความเรียบเนียน และเม็ดสีได้อย่างแม่นยำก่อนและหลังการรักษา
ดูแลโดยแพทย์ทุกเคส: ทุกขั้นตอนตรวจประเมินและทำการรักษาโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
ทำไมการรักษาหลุมสิวจึงมักต้อง Combination Treatment?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีหลุมหลายชนิดร่วมกัน และหนึ่งหลุมเองอาจมีทั้งพังผืดยึดฐาน การสูญเสีย volume ขอบหลุมแข็ง และคุณภาพผิวรอบข้างผิดปกติ เครื่องเดียวจึงยากที่จะจัดการทุกปัญหาได้ครบ
ตัวอย่างการวางแผนแบบผสม ได้แก่
CureJet หรือ subcision เพื่อคลายฐานหลุมที่ถูกดึง
TCA CROSS สำหรับ ice-pick scar
Fractional laser เพื่อปรับขอบหลุมและ texture
Fractional picosecond laser สำหรับการกระตุ้น remodeling โดยลด thermal injury เมื่อเทียบกับเลเซอร์บางชนิด
RF microneedling เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในระดับความลึกที่เลือก
Filler หรือ biostimulator ในรายที่มี volume loss และมีข้อบ่งชี้
Vascular laser สำหรับรอยแดงหลังสิว ซึ่งเป็นคนละปัญหากับความลึกของหลุม
ลำดับ เวลาเว้นระหว่างหัตถการ และการทำพร้อมกันหรือแยกครั้งต้องพิจารณาจากผิวของแต่ละคน เพื่อลดการอักเสบสะสมและความเสี่ยงรอยดำ
ตารางเปรียบเทียบ: CureJet vs เทคโนโลยีรักษาหลุมสิวอื่นๆ
วิธีการรักษา | กลไกหลัก | ความเจ็บ | ระยะเวลาพักหน้า | เหมาะกับใคร |
แรงดันอากาศ (Air Subcision) + ผลักตัว | น้อย | 1-2 วัน | คนกลัวเข็ม, ไม่อยากหน้าแดงนาน, หลุมสิวมีพังผืด | |
ใช้แสงเลเซอร์ทำให้เกิดช่องว่างใต้ผิว (LIOB) | ปานกลาง | 3-5 วัน | คนที่มีรอยดำ/แดงร่วมด้วย, อยากให้ผิวใส | |
เลเซอร์สร้างความร้อนใต้ผิวโดยไม่เปิดแผล (Non-ablative Fractional) | ปานกลาง | 3-5 วัน (หน้าแดง สากผิวเล็กน้อย) | หลุมสิวตื้น-ปานกลาง, รูขุมขนกว้าง, ไม่อยากมีสะเก็ดแผลชัดเจน | |
ใช้เข็มส่งคลื่นวิทยุไปสร้างความร้อน | มาก | 3-7 วัน | หลุมสิวลึกมาก, ผิวหย่อนคล้อย, ต้องการยกกระชับ | |
Manual Subcision | ใช้เข็ม Nokor เลาะพังผืดด้วยมือ | มาก | 7-14 วัน (บวม/ช้ำ) | หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ (Rolling Scar) ที่พังผืดหนามาก |
โปรแกรม CureJet เหมาะกับใคร?
คนที่มีปัญหาหลุมสิวทุกประเภท (Rolling Scar, Boxcar Scar, Ice Pick Scar)
คนที่เคยรักษาหลุมสิวมาแล้วหลายวิธีแต่ยังไม่เห็นผล หรือยังมีพังผืดดึงรั้ง
คนที่กลัวความเจ็บจากการใช้เข็ม (Needle-phobia)
คนวัยทำงานที่มีเวลาน้อย ไม่อยากหน้าแดงช้ำ หรือไม่สะดวกพักหน้านานๆ
คนที่ต้องการงานผิว (Skin Quality) รูขุมขนกระชับ ผิวดูอิ่มฟูขึ้น
การดูแลหลังทำ CureJet
ปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของแพทย์ เพราะการดูแลอาจต่างกันตามสารและหัตถการที่ทำร่วม
รักษาความสะอาดและหลีกเลี่ยงการจับ แกะ หรือกดจุดรักษา
งดสครับ กรดผลัดผิว retinoid และผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองจนกว่าผิวจะฟื้นตามแพทย์แนะนำ
ใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือผลิตภัณฑ์ฟื้นเกราะผิวตามที่ได้รับ
หลีกเลี่ยงแดดจัด ความร้อน ซาวน่า และการออกกำลังหนักในช่วงแรกตามคำแนะนำ
ทากันแดดสม่ำเสมอเมื่อผิวพร้อม เพื่อลดโอกาสเกิดรอยดำหลังการอักเสบ
หากปวด บวม แดง หรือร้อนมากขึ้น มีหนอง ตุ่มแข็งผิดปกติ หรือมีอาการที่กังวล ควรติดต่อคลินิก ไม่ควรรอดูอาการเองเป็นเวลานาน
รีวิวรักษาหลุมสิว ที่ Kritthada Clinic ก่อนและหลังทำ ผิวเรียบเนียนขึ้น



FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ CureJet รักษาหลุมสิว
Q: CureJet คือเลเซอร์หรือไม่?
A: ไม่ใช่เลเซอร์ CureJet เป็นระบบ needle-free jet injector ที่ใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างลำของเหลวความเร็วสูงเพื่อผ่านผิวและกระจายในชั้นเป้าหมาย
Q: CureJet ตัดพังผืดได้เหมือน Subcision แบบเข็มหรือไม่?
A: ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว CureJet ใช้แรงของ microjet และการกระจายของของเหลวช่วยคลายพังผืดขนาดเล็ก ส่วนเข็มหรือ cannula แยกพังผืดด้วยการเคลื่อนอุปกรณ์ใต้ผิวโดยตรง พังผืดหนาหรือกว้างอาจยังเหมาะกับ manual subcision มากกว่า
Q: CureJet เหมาะกับ Ice-pick scar หรือไม่?
A: โดยทั่วไปไม่ใช่วิธีหลักของ ice-pick scar ลึก เพราะปัญหาเป็นร่องแคบที่ลงลึก วิธีอย่าง TCA CROSS หรือ punch technique มักตรงกับโครงสร้างมากกว่า แต่แพทย์ต้องประเมินหลุมจริง
Q: ทำ CureJet เจ็บไหม?
A: ระหว่างทำจะรู้สึกเหมือนมีพลังงานดีดลงบนผิวเป็นจังหวะสั้นๆ ไม่เจ็บจี๊ดเหมือนการใช้เข็มเซาะพังผืดแบบเดิม ผู้รับบริการส่วนใหญ่รู้สึกสบายผิวมากกว่าที่คิด
Q: CureJet ทำให้หลุมสิวเต็มทันทีหรือไม่?
A: อาจเห็นหลุมยกขึ้นชั่วคราวจากของเหลวและอาการบวม แต่ผลระยะยาวต้องรอการหายของเนื้อเยื่อและ collagen remodeling ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดหลุม พังผืด สารที่ใช้ และแผนการรักษาร่วม
Q: ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลว่าหลุมสิวตื้นขึ้น?
A: แนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันทุก 2-4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวและความลึกของพังผืดหลุมสิวของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะประเมินให้ก่อนรักษา
Q: CureJet ใช้ Juvelook, Rejuran หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนได้ทุกคนหรือไม่?
A: ไม่ได้หมายความว่าสารทุกชนิดเหมาะกับทุกคน แพทย์ต้องพิจารณาข้อบ่งชี้ คุณสมบัติและการเตรียมสาร ชั้นผิว ปริมาตร ความเสี่ยงก้อนหรืออักเสบ ตลอดจนสถานะการใช้ผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
Q: CureJet กับ Pico laser เลือกอะไรดี?
A: ทำหน้าที่ต่างกัน CureJet เน้นการส่งของเหลวและแรงเชิงกลเฉพาะจุด ส่วน fractional picosecond laser เน้นกระตุ้น remodeling และปรับ texture หากมีทั้ง tethered scar และผิวไม่เรียบ แพทย์อาจวางแผนใช้ร่วมกันหรือแยกครั้ง
Q: หลังทำแต่งหน้าได้เมื่อไร?
A: ควรรอให้จุดเปิดผิวและการระคายเคืองฟื้นก่อน ระยะเวลาขึ้นกับความเข้มของการรักษาและสิ่งที่ทำร่วมกัน ให้ยึดคำแนะนำหลังหัตถการของแพทย์ในครั้งนั้น
Q: ผลลัพธ์อยู่ถาวรหรือไม่?
A: เนื้อเยื่อที่เกิดการปรับโครงสร้างสามารถอยู่ได้นาน แต่ผลไม่เท่ากับการลบแผลเป็นทั้งหมด อายุ แสงแดด สิวใหม่ การสูญเสียคอลลาเจน และการเกิดพังผืดซ้ำอาจเปลี่ยนสภาพผิวในอนาคต การควบคุมสิวใหม่จึงสำคัญควบคู่กับการรักษาหลุมเดิม
Q: หลังทำ CureJet ต้องดูแลผิวอย่างไร?
A: แนะนำให้งดล้างหน้าใน 4-6 ชั่วโมงแรกเพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่ผิวอย่างเต็มประสิทธิภาพ หลังจากนั้นควรทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการสครับผิวในช่วงสัปดาห์แรก
ราคาโปรแกรม CureJet
ราคาเริ่มต้น 10,000.- / ครั้ง
สรุป
CureJet เพิ่มทางเลือกให้การรักษาหลุมสิวด้วยแนวคิด micro-subcision และ drug delivery โดยไม่ใช้เข็ม จุดเด่นคือทำงานแบบเฉพาะจุด กระจายสารในผิว และอาจมีบาดแผลทางเข้าที่เล็กกว่าการสอดอุปกรณ์ใต้ผิว แต่ไม่ได้ปลดพังผืดหนาได้เท่ากับ manual subcision ในทุกกรณี และหลักฐานเฉพาะเครื่องสำหรับหลุมสิวยังมีขนาดจำกัด
ผลลัพธ์ที่ดีจึงเริ่มจากการวินิจฉัยว่าแต่ละหลุมเป็นชนิดใด ลึกเท่าไร และมีพังผืดยึดหรือไม่ จากนั้นจึงเลือก CureJet, cannula subcision, TCA CROSS, fractional laser, RF microneedling หรือวิธีอื่นให้ตรงกับปัญหา การรักษาแบบเฉพาะบุคคลมักสมเหตุสมผลกว่าการใช้เครื่องเดียวเหมือนกันทั้งหน้า หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เจ็บน้อย และไม่ต้องพักหน้า CureJet คือนวัตกรรมการซ่อมแซมโครงสร้างผิวจากใต้ชั้นลึกที่คุ้มค่าที่สุด ปรึกษาคุณหมอหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Kritthada Clinic โครงการ Little Walk บางนา
ติดต่อ Kritthada Clinic
โทร: 098-271-7778
LINE Official: @kritthadaclinic
แผนที่: Little Walk บางนา
เวลาทำการ: 11:30-20:30 น. ปิดทุกวันพฤหัสบดี
หมายเหตุทางการแพทย์: เนื้อหานี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือวางแผนรักษาโดยแพทย์ ผลลัพธ์และระยะพักฟื้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
เอกสารอ้างอิง
Rho NK, Kim HJ, Kim HS, Lee W. Needle-Free Jet Injection of Poly-(Lactic Acid) for Atrophic Acne Scars: Literature Review and Report of Clinical Cases. J Clin Med. 2024;13(2):440. doi:10.3390/jcm13020440
Pravangsuk J, Udompataikul M, Cheyasak N, Kamanamool N. Comparison of Normal Saline Injection with Pneumatic Injector to Subcision for the Treatment of Atrophic Acne Scars. J Clin Aesthet Dermatol. 2021;14(5):50–55. PMID: 34188750
Vempati A, Zhou C, Tam C, et al. Subcision for Atrophic Acne Scarring: A Comprehensive Review of Surgical Instruments and Combinatorial Treatments. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2023;16:125–134. doi:10.2147/CCID.S397888
Tahiliani S, Mysore V, Ganjoo A, et al. Practical Aspects of Acne Scar Management: ASAP 2024. Cureus. 2024;16(3). doi:10.7759/cureus.55897
Sun C, Lim D. Complications of Subcision for Acne Scarring: Experience From Clinical Practice and Review of the Literature. J Cosmet Dermatol. 2025;24(1). doi:10.1111/jocd.16629
Hong JY, Lee YH, Kim HJ, Park KY. Therapeutic Performance of Needle Injection Versus Needle-Free Jet Injector System for Polynucleotide Filler in Skin Rejuvenation. J Cosmet Dermatol. 2025;24(1). doi:10.1111/jocd.16595



ความคิดเห็น