เจาะลึก "กระลึก" (Hori’s Nevus) คืออะไร? รักษาอย่างไร? ใช้เลเซอร์อะไรรักษา ที่ Kritthada Clinic บางนา
การมีผิวหน้าที่เรียบเนียน ไร้จุดด่างดำ เป็นความปรารถนาของทุกคน แต่ปัญหาผิวอย่างหนึ่งที่กวนใจและรักษาได้ยากกว่าฝ้าหรือกระแดดทั่วไปก็คือ "กระลึก" ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดและใช้วิธีรักษาที่ไม่ตรงจุด วันนี้กริตธาดาคลินิกจะพาไปทำความรู้จักกับกระลึกแบบเจาะลึก พร้อมวิธีรักษาที่เห็นผลที่สุดในปัจจุบัน
กระลึก (Hori’s Nevus) คืออะไร?
กระลึก มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Acquired Bilateral Nevus of Ota-like Macules (ABNOM) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Hori’s Nevus ตามชื่อของนายแพทย์ Hori ผู้ที่ค้นพบรอยโรคนี้ครั้งแรกในปี 1984
ในทางวิทยาศาสตร์ผิวหนัง กระลึกคือความผิดปกติของเซลล์เม็ดสี (Melanocytes) ที่เกิดจากการที่เซลล์เม็ดสีซึ่งเดิมควรจะอยู่ในผิวชั้นบน (Epidermis) กลับไปรวมตัวกันหนาแน่นอยู่ในผิวชั้น "หนังแท้" (Dermis) ซึ่งเป็นชั้นที่ลึกและซับซ้อนกว่ากระทั่วไป
สาเหตุของการเกิดกระลึก
แม้จะชื่อว่า "กระ" แต่สาเหตุไม่ได้มาจากแสงแดดเพียงอย่างเดียวเหมือนกระแดดทั่วไป แต่มีปัจจัยหลักดังนี้:
-
พันธุกรรม (Genetics): มักพบมากในชาวเอเชีย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทำงาน (อายุ 20-40 ปีขึ้นไป)
-
ฮอร์โมน (Hormones): ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงตั้งครรภ์ หรือการทานยาคุมกำเนิด อาจกระตุ้นให้เม็ดสีเข้มขึ้น
-
ปัจจัยกระตุ้นภายนอก: แม้แสงแดดจะไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด แต่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้รอยโรคที่อยู่ใต้ผิวชัดเจนและเข้มขึ้นจนสังเกตเห็นได้

ลักษณะของกระลึก ทางคลินิก (Clinical Presentation)
-
สี (Color): มีสีน้ำตาลอมเทา (Brownish-gray), สีน้ำเงินอมเทา (Bluish-gray) หรือสีเทาขี้เถ้า
-
ขอบเขตของจุดกระจะไม่ชัดเจนเท่ากระแดด ดูเหมือนรอยปื้นจางๆ อยู่ใต้ผิว
-
รูปทรง (Shape): เป็นจุดเล็กๆ กลมหรือรี ขนาด 1-3 มิลลิเมตร มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
-
ตำแหน่ง (Location): จุดเด่นที่สุดคือจะขึ้น "สองข้างของใบหน้า" (Bilateral) อย่างสมมาตร โดยเฉพาะบริเวณ:
-
โหนกแก้ม (Zygomatic region) - พบบ่อยที่สุด
-
ขมับ (Temples)
-
ปีกจมูก (Ala nasi)
-
หน้าผาก (Forehead)
-
กระลึก ต่างจากกระชนิดอื่นอย่างไร?
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ "ตำแหน่งความลึกของเม็ดสีในชั้นผิว" และ "ลักษณะของรอยโรค" การแยกประเภทกระมีความสำคัญมากต่อการเลือกวิธีรักษา:
1. กระลึก (Hori’s Nevus)
-
ตำแหน่ง: อยู่ในชั้น หนังแท้ (Dermis) ซึ่งลึกที่สุด
-
ลักษณะ: เป็นจุดสีเทาอมน้ำเงิน หรือน้ำตาลเทา ขอบเบลอ ไม่ชัดเจน
-
บริเวณที่พบ: มักขึ้นที่โหนกแก้มทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน (สมมาตร) บางครั้งพบที่ดั้งจมูกและขมับ
-
การตอบสนอง: ทาครีมไม่หาย ต้องใช้เลเซอร์ที่ลงลึกถึงชั้นหนังแท้เท่านั้น
2. กระตื้น (Freckles)
-
ตำแหน่ง: อยู่ในชั้น หนังกำพร้า (Epidermis)
-
ลักษณะ: เป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาลอ่อน ขอบค่อนข้างชัด
-
บริเวณที่พบ: กระจายตัวทั่วใบหน้าหรือบริเวณที่โดนแดดบ่อย
-
การตอบสนอง: จางลงได้ด้วยการทาไวท์เทนนิ่งและเลเซอร์กลุ่มกำจัดเม็ดสีชั้นบน
3. กระแดด (Solar Lentigo)
-
ตำแหน่ง: อยู่ในชั้น หนังกำพร้า (Epidermis)
-
ลักษณะ: เป็นดวงราบ สีน้ำตาลเข้ม ขอบชัดเจน มักมีขนาดใหญ่กว่ากระตื้น
-
บริเวณที่พบ: บริเวณที่สัมผัสแสงแดดสะสมมานาน เช่น โหนกแก้ม หลังมือ
-
การตอบสนอง: ตอบสนองดีมากต่อเลเซอร์ Picosure Pro เพียงไม่กี่ครั้ง
4. ฝ้า (Melasma)
-
ตำแหน่ง: เป็นได้ทั้งชั้นตื้น ชั้นลึก หรือผสมกัน (Mixed Type)
-
ลักษณะ: เป็น "ปื้น" แผ่นใหญ่ สีน้ำตาล ขอบไม่ชัดเจน
-
บริเวณที่พบ: โหนกแก้ม หน้าผาก เหนือริมฝีปาก
-
การตอบสนอง: รักษายากและซับซ้อนกว่ากระ ต้องอาศัยการดูแลหลายวิธีร่วมกัน
วิธีการรักษากระลึก และเลเซอร์ที่เหมาะสมที่สุด
การรักษากระลึกมีความแตกต่างจากการรักษาจุดด่างดำทั่วไป เพราะเม็ดสีเมลานิน (Melanocytes) ฝังตัวอยู่ในชั้น หนังแท้ (Dermis) ดังนั้นเป้าหมายของการรักษาคือ "การส่งพลังงานลงไปให้ถึงจุดที่เม็ดสีอยู่ และทำให้เม็ดสีแตกตัวโดยไม่เกิดแผลหรือผลข้างเคียง"
ทำไม "ยาทา" ถึงไม่สามารถรักษากระลึกได้?
นี่คือจุดที่คนมักเข้าใจผิดครับ ยาทาฝ้าหรือครีมไวท์เทนนิ่งส่วนใหญ่มีโมเลกุลขนาดใหญ่และออกฤทธิ์ได้เพียงชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) เท่านั้น ไม่สามารถซึมลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้เพื่อสลายกลุ่มเม็ดสีของกระลึกได้ การใช้ยาทาจึงเป็นเพียงการช่วยให้ผิวหน้าโดยรวมดูสว่างขึ้น แต่จุดกระลึกจะยังคงอยู่เหมือนเดิม
"ยาทาหรือสกินแคร์ไม่สามารถรักษากระลึกได้ ทาอะไรก็ไม่จางลง การรักษากระลึก จำเป็นต้องใช้เลเซอร์ในการรักษาเท่านั้น"
เลเซอร์อะไรที่ใช้รักษากระลึกได้ดี
สำหรับการรักษากระลึก (Hori’s Nevus) ด้วยเลเซอร์นั้น ไม่ใช่เลเซอร์อะไรก็ได้ที่จะรักษาให้หายได้ เนื่องจากเม็ดสีของกระลึกฝังตัวอยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) เลเซอร์ที่ใช้จึงต้องมีพลังงานที่เสถียรและมีความยาวคลื่นที่ลงลึกถึงจุดเป้าหมาย หัวใจสำคัญคือ "ความลึก" และ "ความแม่นยำ" ในปัจจุบัน Picosecond Laser คือวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยมและเห็นผลชัดเจนที่สุด
1. Picosure Pro (The Gold Standard 755nm)
Picosure Pro คือเครื่องเลเซอร์ที่กริตธาดาคลินิกเลือกใช้ ซึ่งมีความโดดเด่นที่แตกต่างจากเครื่อง Pico ทั่วไปในท้องตลาด:
-
755nm Wavelength: เป็นความยาวคลื่นที่ "รักเม็ดสีเมลานิน" ที่สุด (High Melanin Absorption) เมื่อเทียบกับความยาวคลื่น 1064nm ทำให้สามารถเจาะจงทำลายเม็ดสีของกระลึกได้แม่นยำกว่า โดยใช้พลังงานที่ต่ำกว่า จึงไม่ทำร้ายผิวรอบข้าง
-
PressureWave™: ไม่ใช่แค่การยิงแสง แต่เป็นแรงดันมหาศาลที่ทำให้เม็ดสีแตกละเอียดเป็นฝุ่น โดยไม่ทำให้เส้นเลือดแตก (No Pinpoint Bleeding)
-
กลไก Photoacoustic (แรงดัน): ต่างจากเลเซอร์รุ่นเก่าที่ใช้ความร้อน (Photothermal) ซึ่งเสี่ยงต่อผิวไหม้ แต่ Picosure Pro ใช้ความเร็วระดับ Picosecond (1 ในล้านล้านวินาที) เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นแรงดันเพื่อกระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียดเป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก (Dust-like)
-
การกำจัดออกตามธรรมชาติ: เมื่อเม็ดสีแตกเป็นอนุภาคเล็กๆ แล้ว ระบบน้ำเหลืองและเม็ดเลือดขาวของร่างกายจะเข้ามาทำหน้าที่กำจัดเม็ดสีเหล่านั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย
-
Platinum Focus™ Lens: ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้หลังรักษากระลึก ผิวบริเวณนั้นจะดูเรียบเนียนและรูขุมขนกระชับขึ้นด้วย

อ้างอิงงานวิจัยทางการแพทย์ (Clinical Reference):
-
จากการศึกษาในวารสาร Lasers in Surgery and Medicine ระบุว่า การใช้ Picosecond Laser ที่ความยาวคลื่น 755nm มีประสิทธิภาพสูงในการรักษารอยโรคเม็ดสีในชั้นผิวหนังแท้ (Dermal Pigment) โดยใช้จำนวนครั้งในการรักษาน้อยกว่าเลเซอร์ระบบเดิม (Q-Switched) และมีผลข้างเคียงน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
คลิกอ่านเพิ่มเติม: ทำไม Picosure Pro เหมาะกับการรักษากระลึกที่สุด
2. PicoPlus (Multi-Wavelength 1064/532nm)
PicoPlus เป็นเครื่องที่เน้นความหลากหลายของความยาวคลื่น (หลักๆ คือ 1064nm และ 532nm):
-
1064nm Wavelength: เป็นความยาวคลื่นมาตรฐานที่ใช้รักษารอยดำและรอยสักได้ดี แต่มีการดูดซับเม็ดสีเมลานิน น้อยกว่า 755nm ถึง 3 เท่า
-
กลไกการทำงาน: บ่อยครั้งที่การรักษากระลึกด้วยเครื่อง 1064nm อาจต้องใช้พลังงานที่สูงขึ้นเพื่อให้เม็ดสีแตกตัว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดเลือดออกซิบๆ ภายใต้ผิว (Pinpoint Bleeding) และมีระยะพักฟื้นที่นานกว่า
3. Q-Switched Laser (เทคโนโลยีดั้งเดิม)
Q-Switched ทำงานโดยการปล่อยพลังงานแสงในระดับ "หนึ่งในพันล้านวินาที" (Nanosecond) แม้ว่าปัจจุบันกริตธาดาคลิินิกจะมีเครื่อง Q-Switched แต่ไม่นิยมนำมาใช้รักษากระลึกโดยตรง อาจใช้เป็นตัวเสริมการรักษา หรือ เป็นทางเลือกอีกเครื่องมือเพื่อความครอบคลุมในการรักษาปัญหาผิวอื่นๆ
-
กลไก: ใช้ความร้อน (Photothermal) เข้าไปทำให้เม็ดสีสะสมความร้อนจนเกิดการระเบิด
-
ผลลัพธ์กับกระลึก: เม็ดสีจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ (คล้ายก้อนหินถูกทุบเป็นกรวด) ร่างกายจึงต้องใช้เวลานานในการกำจัดออก
-
ข้อควรระวัง: เนื่องจากใช้ความร้อนสูง หากตั้งค่าพลังงานไม่แม่นยำ อาจทำให้ผิวไหม้ เกิดรอยดำหลังทำ (PIH) หรือรอยด่างขาวได้

คู่มือการดูแลผิวหลังเลเซอร์กระลึก (Post-Laser Care)
เพื่อให้ผลลัพธ์จากการใช้ Picosure Pro ออกมาดีที่สุด และป้องกันการเกิดผลข้างเคียง แนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ครับ:
1. ช่วง 24 ชั่วโมงแรก: ให้ผิวได้พัก
-
เลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น: ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างหน้า เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองเพิ่มขึ้น
-
ประคบเย็น (ถ้าจำเป็น): หากรู้สึกรุ่มๆ หรือร้อนที่ผิว สามารถใช้ Cold Pack ประคบเบาๆ เพื่อลดความร้อนใต้ผิวได้
-
งดการแต่งหน้า: ในวันแรกแนะนำให้งดใช้รองพื้นหรือเครื่องสำอางหนักๆ เพื่อให้ผิวได้หายใจและฟื้นฟูอย่างเต็มที่
2. ช่วง 1-7 วันแรก: เน้นความชุ่มชื้นและปกป้อง
-
มอยส์เจอไรเซอร์คือสิ่งสำคัญ: หลังเลเซอร์ผิวอาจมีความแห้งหรือลอกเป็นขุยเล็กๆ ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ที่เน้นการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) สม่ำเสมอ
-
ห้ามแกะหรือเกา: ในบางจุดที่กระลึกเข้มขึ้นหรือมีสะเก็ดบางๆ (Micro-crusting) ห้ามแกะเด็ดขาด ให้ปล่อยให้หลุดลอกไปเองตามธรรมชาติ
-
งดใช้สารผลัดเซลล์ผิว: งดการใช้ครีมกลุ่ม Retinol, AHA, BHA หรือครีมหน้าขาวที่มีฤทธิ์กัดผิวอย่างน้อย 1 สัปดาห์
3. การป้องกันแสงแดด (Strict Sun Protection)
-
ครีมกันแดดห้ามขาด: ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ และ PA++++ ทุกวัน แม้จะอยู่ในอาคาร
-
เลี่ยงแดดจัด: พยายามงดกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ไปทะเล ตีกอล์ฟ หรือว่ายน้ำ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
-
ใช้อุปกรณ์ช่วย: หากต้องออกไปข้างนอก แนะนำให้ใส่หมวกปีกกว้างหรือกางร่มเพื่อปกป้องผิวอีกชั้น
4. ไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้กระหายไวขึ้น
-
ดื่มน้ำสะอาด: ช่วยให้ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองดีขึ้น ซึ่งสำคัญต่อการกำจัดเม็ดสีที่แตกละเอียดจากการทำ Picosure Pro
-
งดการสครับหน้า: งดการขัดหน้าหรือนวดหน้าแรงๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์
อาการปกติที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ (Normal Reactions)
-
ผิวชมพูระเรื่อ: มักหายไปเองภายใน 1-3 ชั่วโมง
-
กระดูเข้มขึ้นชั่วคราว: เม็ดสีที่ถูกกระแทกจะลอยตัวขึ้นมาทำให้ดูเข้มขึ้นในช่วงแรก และจะค่อยๆ จางลงภายใน 1-2 สัปดาห์
-
อาการคันยิบๆ: เป็นสัญญาณของการฟื้นฟูผิว สามารถทาครีมบำรุงเพื่อลดอาการได้
คลิกอ่านเพิ่มเติม: ทำไม "กระลึก" ถึงดูเข้มขึ้นหลังทำเลเซอร์? (The Darkening Effect)
ทำไมต้องรักษากระลึก ที่ Kritthada Clinic?
นอกเหนือจากตัวเครื่องที่ทันสมัย การรักษากระลึกให้ได้ผลดี "เครื่องมือ" เป็นเพียง 50% ส่วนอีก 50% คือ "ประสบการณ์ของแพทย์" ผู้ใช้เครื่องมือ
-
ความเชี่ยวชาญในการปรับตั้งค่าพลังงาน (Expertise in Parameter Setting)
-
"เครื่องมือดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่อีกครึ่งคือฝีมือแพทย์" แพทย์ที่กริตธาดาคลินิกมีความชำนาญสูงในการวิเคราะห์ชั้นผิวและประเภทของเม็ดสี
-
เราเข้าใจดีว่าผิวคนเอเชียมีความบอบบางและเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำ (PIH) ได้ง่าย
-
Customized Settings: คุณหมอจะปรับจูนค่าพลังงานให้เหมาะสมกับความลึกและความเข้มของกระลึกในแต่ละจุดของใบหน้าแบบ Case by Case ไม่ใช่การยิงแบบสูตรสำเร็จทั่วไป
-
-
Combination Therapy: บ่อยครั้งที่การใช้เลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพื่อผลการรักษาที่ดี และความคุ้มค่าของคนไข้ที่สามารถทำได้หลากหลายเครื่องมือในที่เดียว คุณหมอจึงมีการผสมผสานเครื่องมือหรือเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น
-
ที่กริตธาดาคลินิก เราเลือกใช้เครื่อง Picosure Pro จากบริษัท Cynosure สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเครื่อง Picosecond Laser รุ่นท็อปที่ได้รับมาตรฐาน US-FDA * จำเพาะเจาะจงสูง: ด้วยความยาวคลื่น 755nm ที่ดูดซับเม็ดสีเมลานินได้ดีที่สุด ทำให้รักษากระลึกได้ตรงจุดกว่าเครื่อง Pico ทั่วไป
-
PicoPlus เป็นเครื่องที่เน้นความหลากหลายของความยาวคลื่น (หลักๆ คือ 1064nm และ 532nm): เป็นความยาวคลื่นมาตรฐานที่ใช้รักษารอยดำ
-
เครื่องแท้ตรวจสอบได้: มั่นใจได้ว่าทุกช็อตที่ยิงคือพลังงานมาตรฐานระดับโลก เพื่อผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้
-
-
การถ่ายรูปวัดผล/วิเคราะห์แม่นยำด้วยโปรแกรม Meicet Isemeco D9 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม Kritthada Clinic จะใช้เครื่อง Meicet D9 สแกนผิวแบบ 3D เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวในสภาพแสงต่างๆ ได้อย่างละเอียด ทำให้คุณหมอสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด และคนไข้สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อน-หลังทำได้อย่างชัดเจน
-
รีวิวจากคนไข้จริงและผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้
-
ที่กริตธาดาคลินิก เรามีเคสรักษากระลึกสะสมเป็นจำนวนมาก ทำให้เราเข้าใจ "ธรรมชาติของกระลึก" อย่างแท้จริง คนไข้ส่วนใหญ่สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่ทำ และพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่จางลงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน
-
-
คลิก ดูรีวิวรักษากระลึก PicoSure Pro ที่ Kritthada Clinic
-
อ่านรีิวิวก่อนตัดสินใจได้ที่นี่ คลิก ดูความเห็นใน Google ทั้งหมด

รีวิว รักษากระลึก ที่ Kritthada Clinic


คำถามที่พบบ่อย
การรักษากระลึกเป็นการรักษาที่ใช้ระยะเวลา และเป็นการรักษาที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เห็นผลชัดเจน ความร่วมมือระหว่างแพทย์และผู้เข้ารับการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ แพทย์จะนัดตรวจหลังเลเซอร์เพื่อติดตามผล อาจมีการปรับวิธีการเลเซอร์เป็นระยะ และปรับเปลี่ยนยาเป็นระยะเพื่อผลการรักษาที่ดี จึงควรมาพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ หากมีข้อสงสัย หรือความกังวลในระหว่างการรักษาสามารถติดต่อเข้ามาปรึกษาทางคลินิกได้ตลอดเวลา
เพราะปัญหากระลึกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน... ส่งรูปประเมินเบื้องต้น หรือทักมาคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญของกริตธาดาคลินิกก่อนได้ เรายินดีให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ เพื่อให้คุณมั่นใจที่สุดก่อนตัดสินใจรักษา
สำหรับใครที่สนใจ สามารถปรึกษาคุณหมอที่ Kritthada Clinic เพื่อวิเคราะห์ประเภทฝ้าก่อนเริ่มการรักษาได้เลยที่
ติดต่อขอรับคำแนะนำหรือนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า
Little Walk Bangna
https://goo.gl/maps/5vXK9Gr6ibpfGE6c8
Line: @kritthadaclinic
http://line.me/ti/p/~@kritthadaclinic
Tel: 098-271-7778





