top of page

CureJet : Advanced Needle-Free Injection

โปรแกรม CureJet คือ นวัตกรรมฟื้นฟูผิวและรักษาหลุมสิวแบบไร้เข็ม (Needle-Free Injection) โดยใช้พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) ในการส่งผ่านตัวยาลงสู่ชั้นผิวหนังอย่างแม่นยำ ช่วยลดความเจ็บปวด ลดรอยช้ำ และให้ผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนที่เหนือกว่าการฉีดแบบดั้งเดิม"

อินโฟกราฟิกแสดงเทคโนโลยี CureJet ที่กฤตธาดาคลินิก (Kritthada Clinic) สาขาบางนา โชว์กลไก Needle-Free Jet Injection และ "Jet Bullet Effect" ในการส่งผ่านตัวยาอย่างแม่นยำเพื่อฟื้นฟูผิวและกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องใช้เข็ม

CureJet คือ อะไร?

CureJet คือ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยี Needle-Free Jet Injection หรือการส่งผ่านตัวยา และสารบำรุงเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกโดย "ไม่ใช้เข็ม" แต่อาศัยหลักการของแรงดันอากาศความเร็วสูง (Pneumatic Energy) ในการสร้างลำของเหลวขนาดเล็กจิ๋ว (Micro-droplet Jet) พุ่งผ่านผิวหนังชั้นบนลง ไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นชั้นผิวที่มีคอลลาเจนและอีลาสตินอยู่

 

พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ แทนที่จะใช้เข็มแหลมคมในการฉีดตัวยา CureJet จะใช้ "กระสุนน้ำ" ความเร็วสูงในการเปิดผิวและส่งยาลงไปแทน ทำให้เจ็บน้อยกว่า ลดความกังวลของคนที่กลัวเข็ม และยังให้ผลการรักษาที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

สรุป: CureJet คือเทคโนโลยีฟื้นฟูผิว รักษาหลุมสิว กระชับรูขุมขน ส่งตัวยาแบบไม่ใช้เข็มจาก Kritthada Clinic บางนาใช้แรงดันลมเลาะพังผืด (Subcision) เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับหลุมสิวตื้น-กลาง

เทคโนโลยี CureJet™ สำหรับการรักษาหลุมสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม พร้อมอินโฟกราฟิก "Jet Bullet Effect" แสดงกลไกการทำงานของ Micro-droplet Jet กับชั้นผิวหนังโดยแพทย์

CureJet ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของ CureJet : ไม่ใช่แค่การส่งยา แต่คือการ "ซ่อมแซม" ผิว ไปพร้อมกันหัวใจสำคัญของ CureJet คือสิ่งที่เรียกว่า "Jet Bullet Effect" ซึ่งมีกลไกการทำงาน 3 อย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเสี้ยววินาที:

1. Nano-Scale Entry Point : ลำของเหลวความเร็วสูง (ประมาณ 150 เมตร/วินาที) จะสร้างช่องเปิดขนาดเล็กมากบนผิวหนัง ซึ่งเล็กกว่ารอยเข็มทั่วไป ทำให้ผิวบอบช้ำน้อยที่สุด

​2. Controlled Subcision & Dispersion : เมื่อลำของเหลวพุ่งลงไปถึงชั้นหนังแท้ แรงดันจะทำการ "เลาะ" หรือ "ตัดพังผืด" ที่ยึดรั้งผิวหนังไว้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของหลุมสิวชนิดแอ่ง (Rolling Scars) และ รอยแผลเป็นต่างๆ การเลาะพังผืดนี้เรียกว่า Subcision ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญในการรักษาหลุมสิว หลังจากนั้น ตัวยาหรือสารบำรุงจะกระจายตัวออกด้านข้าง (Dispersion) ครอบคลุมพื้นที่การรักษาได้กว้างกว่าการใช้เข็มฉีดเป็นจุดๆ​

3. Wound Healing Response : การบาดเจ็บเล็กๆ (Micro-trauma) ที่เกิดขึ้นจากแรงดัน จะกระตุ้นกลไกการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย ทำให้เซลล์ Fibroblast ถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมา ผิวจึงค่อยๆ ฟูขึ้นเรียบเนียน และแข็งแรงกว่าเดิม

CureJet ดีไหม?

ข้อดีของ CureJet คือ

  1. เจ็บน้อย ไม่ต้องกลัวเข็ม:

    • เป็นทางเลือกที่ดีอีกการรักษา สำหรับคนไข้ที่กังวลเรื่องความเจ็บหรือกลัวเข็ม

  2. ซึมลึกถึงชั้นผิวแท้ (Dermis):

    • ทำให้ยาหรือสารบำรุงเข้าสู่จุดที่ต้องการได้ลึกกว่าเครื่องผลักวิตามินทั่วไป

  3. รักษาหลุมสิวได้อย่างตรงจุด:

    • โดยเฉพาะหลุมสิวชนิดแอ่ง (Rolling Scars) และหลุมสิวชนิดกล่อง (Boxcar Scars) เพราะสามารถทำ Subcision ตัดพังผืดที่รั้งผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  4. ใช้ได้กับหลายปัญหา:

    • ส่งสารบำรุงเพื่อลดเลือนริ้วรอยและแผลเป็น หลุมสิว รอยดำ ผิวแห้งเสีย รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยตื้นๆ รอยแตกลาย

  5. ฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Rejuvenation):

    • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวโดยรวมดูแน่น กระชับ เรียบเนียน และดูสุขภาพดีขึ้น

  6. พักฟื้นน้อย (Minimal Downtime):

    • หลังทำ อาจมีรอยแดงหรือจุดเลือดออกเล็กๆ คล้ายรอยยุงกัด ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองในไม่กี่วัน

  7. ปลอดภัยสูง

    • เนื่องจากไม่ได้ใช้ความร้อน จึงลดความเสี่ยงของผิวไหม้หรือรอยดำ หลังทำ ไม่มีเลือดออก ไม่มีการเปิดแผล ลดโอกาสติดเชื้อ

  8. เห็นผลไว

    • บางเคสบางคนเห็นผิวแน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้นใน 3–7 วันหลังทำ

    • ผลการรักษาจากผู้รับบริการจริงที่ Kritthada Clinic พบว่า ผู้ป่วยกว่า 80% รู้สึกถึงผิวที่แน่นกระชับและหลุมสิวดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในระยะเวลา 7-14 วัน หลังเข้ารับการรักษาในครั้งแรก

 

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • อาจไม่เหมาะกับหลุมสิวชนิดปากแคบ (Ice Pick Scars) ซึ่งอาจต้องใช้การรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น TCA CROSS

  • อาจเกิดรอยช้ำ หรือจุดเลือดออกได้ในบางบริเวณ แต่จะหายได้เอง

  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลและการตอบสนองต่อการรักษา 

CureJet ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

  • หลุมสิว (Acne Scars)
    ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ และทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

  • รอยแผลเป็น
    ทั้งรอยจากสิวหรือแผลผ่าตัด สามารถลดความลึกของรอยแผลได้

  • รูขุมขนกว้าง
    เมื่อผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ จะช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง

  • ริ้วรอยเล็กๆ
    ช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิวให้เรียบขึ้น ดูอ่อนเยาว์

  • ความหย่อนคล้อย
    ช่วยให้ผิวกระชับขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการร้อยไหมหรือศัลยกรรม

  • ผิวแห้ง ขาดน้ำ
    เติมความชุ่มชื้นลงลึกถึงชั้นผิวแท้ บำรุงผิวได้ลึกกว่าการทาครีม

  • ฟื้นฟูผิว กระจ่างใส
    เติมความชุ่มชื้นหลังทำเลเซอร์ ลดรอยจุดด่างดำ ปรับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ

  • รอยแตกลาย

CureJet เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มี “หลุมสิวตื้น–ปานกลาง”
    ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้หลุมตื้นลง ผิวเรียบเนียนขึ้น

  • คนกลัวเข็ม
    CureJet ไม่ใช้เข็ม ใช้แรงดันผลักยาแทน = ไม่มีรอยเข็ม ไม่เจ็บแบบ Subcision

  • คนผิวแห้ง ผิวบาง ผิวแพ้ง่าย
    ไม่มีความร้อน ไม่มีเลเซอร์ ไม่ทำให้ผิวระคายเคือง เหมาะกับผิวบอบบาง

  • คนไม่มีเวลาพักฟื้น
    หลังทำสามารถแต่งหน้า ใช้ชีวิตได้ปกติทันที ไม่ต้องพักฟื้นแบบเลเซอร์ลอกหน้า

  • คนที่ทำเลเซอร์หรือ microneedling มาแล้ว
    ใช้ CureJet ฟื้นฟูผิวต่อได้ ช่วยลดระคายเคือง เติมสารบำรุงลึก

  • คนต้องการ “ดูแลผิวลึกกว่า skincare ทั่วไป”
    ช่วยผลักวิตามิน/สารฟื้นฟูลงลึกกว่าการทาผิวธรรมดา

"CureJet เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างอ่อนโยน ปลอดภัย ไม่เจ็บ เหมาะกับหลุมสิวตื้น–กลาง และต้องการดูแลผิวในระดับลึกโดยไม่ต้องพักฟื้น

แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวระดับรุนแรง เช่น หลุมสิวลึก พังผืด หรือผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนในครั้งเดียว"

ทำ CureJet คู่กับอะไรดี?

CureJet (เคียวเจ็ท) เป็นนวัตกรรมส่งผ่านตัวยาเข้าสู่ผิวหนังด้วยพลังงานจลน์แบบไร้เข็ม (Needle-Free) การทำ CureJet จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเมื่อจับคู่กับกลุ่มตัวยา สกินบูสเตอร์ (Skin Booster) หรือ คอลลาเจนไบโอสติมูเลเตอร์ (Collagen Biostimulator) เพื่อให้ตัวยากระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ลงลึกตรงจุด และลดความเจ็บปวด โดยมีตัวอย่างคู่หูที่แนะนำเบื้องต้นดังนี้

  1. กลุ่มที่ 1: CureJet x Skin Boosters & Biostimulators
    การใช้ CureJet เพื่อส่งผ่านตัวยาลงสู่ชั้นผิวโดยตรง ลดรอยช้ำและอาการเจ็บปวดจากการใช้เข็ม

    1. CureJet + Juvelook (The Ultimate Glass Skin & Scar Healer)

      • หลักการทำงาน: Juvelook เป็นคอลลาเจนไบโอสติมูเลเตอร์ (PDLLA + HA) ที่โมเลกุลเล็ก เหมาะกับงานผิวชั้นตื้นถึงกลาง

      • ผลลัพธ์: เมื่อยิงผ่าน CureJet พลังงานจลน์จะช่วยกระจายตัวยา Juvelook ให้แตกตัวสม่ำเสมอทั่วใบหน้า ไม่จับตัวเป็นก้อน (Nodule) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนไทป์ 1 และ 3 ฟื้นฟูหลุมสิวตื้น รูขุมขนกว้าง และปรับสภาพผิวให้ฉ่ำวาว (Glass Skin) ดูสุขภาพดี

      • เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการงานผิวละเอียด รูขุมขนกระชับ และรักษาหลุมสิวระดับเริ่มต้น

    2. CureJet + Lenisna (Deep Volumization & Severe Scars)

      • หลักการทำงาน: Lenisna มีส่วนประกอบหลักคือ PDLLA คล้าย Juvelook แต่มี ขนาดโมเลกุลที่ใหญ่กว่า ออกแบบมาเพื่อฉีดลงชั้นลึก (Deep Dermis ถึง Subcutaneous) เพื่อสร้าง Volume

      • ผลลัพธ์: การใช้ CureJet ควบคู่กับ Lenisna จะช่วยในเรื่องของหลุมสิวที่ลึกมาก (Rolling Scars ลึกๆ) หรือรอยแตกลาย (Stretch Marks) แรงดันจาก CureJet จะช่วยตัดพังผืดพร้อมส่ง Lenisna เข้าไปเป็นโครงสร้างค้ำยันให้ผิวฟูขึ้นจากด้านในอย่างทรงพลัง

      • เหมาะกับใคร: คนที่มีปัญหาหลุมสิวรุนแรง ผิวฝ่อ ยุบตัว หรือรอยแตกลายลึก

    3. CureJet + Vitaran (PN Rejuvenation & Anti-Inflammatory)

      • หลักการทำงาน: Vitaran คือสารสกัด Polynucleotide (PN) จาก DNA ปลาแซลมอน โดดเด่นเรื่องการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหายและลดการอักเสบ

      • ผลลัพธ์: เมื่อส่งผ่าน PN ด้วยแรงดัน CureJet ตัวยาจะซึมซาบเข้าไประงับการอักเสบของผิวได้ทันที เร่งกระบวนการสมานแผล (Wound Healing) และเพิ่มความแข็งแรงให้ Skin Barrier

      • เหมาะกับใคร: คนที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวติดสาร รอยแดงจากสิว หรือต้องการซ่อมแซมผิวที่พังให้กลับมาแข็งแรง

    4. CureJet + Oxelle (Cellular Repair & Brightening)

      • หลักการทำงาน: Oxelle (กลุ่มพรีเมียมสกินบูสเตอร์/สารสกัดฟื้นฟูระดับเซลล์) เน้นการเติมอาหารผิว ลดความหมองคล้ำ และปรับสมดุลเซลล์

      • ผลลัพธ์: ทันทีที่ CureJet เปิดผิวและส่งตัวยาลงไป ผิวจะได้รับการฟื้นฟูความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำขนาดเล็ก ทำให้ใบหน้าดูสดใสและเปล่งปลั่งขึ้น

      • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ผิวเหนื่อยล้า พักผ่อนน้อย แต่งหน้าไม่ติด และต้องการบูสต์ผิวเร่งด่วน

  2. กลุ่มที่ 2: CureJet x Energy-Based Devices (Laser & RF)
    (การผสานเทคโนโลยีแรงดันลมเข้ากับพลังงานแสงและความร้อน เพื่อการรักษาโครงสร้างผิวแบบ 360 องศา)

    1. CureJet + PicoSure Pro (Pigment & Texture Mastery)

      • หลักการทำงาน: PicoSure Pro คือที่สุดของ Picosecond Laser (755nm) ที่ Kritthada Clinic เลือกใช้ โดดเด่นในการทำลายเม็ดสี (ฝ้า กระ) และสร้าง LIOBs เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน โดยไม่ทำร้ายผิวชั้นบน

      • ผลลัพธ์: นี่คือคอมโบที่สมบูรณ์แบบ PicoSure Pro จะทำหน้าที่เคลียร์เม็ดสีและกระตุ้นโครงสร้างผิวด้วยแสง จากนั้นใช้ CureJet ตามเพื่อทำ Subcision ไร้เข็มและเติมสารอาหารผิว ผลลัพธ์คือได้ทั้ง "สีผิวสม่ำเสมอ" และ "หลุมสิวตื้นขึ้น" ในคราวเดียวกันโดยผิวไม่บางลง

      • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ รอยดำ ฝังลึก ร่วมกับมีปัญหาหลุมสิวและรูขุมขนกว้าง

    2. CureJet + LaseMD (Thulium Laser Synergistic Resurfacing)

      • หลักการทำงาน: LaseMD (1927nm Thulium Laser) เป็นเลเซอร์ที่ช่วยเปิดผิว (Microchannels) และผลัดเซลล์ผิวชั้นบนอย่างอ่อนโยน

      • ผลลัพธ์: LaseMD จะจัดการกับความหมองคล้ำและปรับ Texture ผิวชั้นบน ส่วน CureJet จะรับหน้าที่ส่งผ่านตัวยาลงไปบำรุงในชั้น Dermis ที่ลึกกว่า ทำให้ได้การบำรุงที่ครอบคลุมทุกระดับชั้นผิว

      • เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการผิวเนียนเรียบ สีผิวสว่างใสแบบองค์รวม?

    3. CureJet + Frax Pro 1550 (Deep Remodeling & Scar Revision)

      • หลักการทำงาน: Frax Pro 1550nm (Non-ablative Fractional) ส่งพลังงานความร้อนลงเป็นลำแสงเล็กๆ สู่ชั้นผิวลึกเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยไม่ลอกผิวชั้นบน

      • ผลลัพธ์: ความร้อนจาก Frax Pro จะหดรัดและสร้างคอลลาเจนใหม่ ในขณะที่แรงดันจาก CureJet จะช่วยคลายพังผืดทางกายภาพ (Mechanical Breakdown) ถือเป็นการทำงานแบบ Double Action ในการจัดการหลุมสิวลึกและริ้วรอย

      • เหมาะกับใคร: คนที่มีปัญหาหลุมสิวแบบ Boxcar หรือริ้วรอยลึกที่ต้องการการรักษาเชิงโครงสร้าง

    4. CureJet + Fotona Fractional Erbium YAG (Ultimate Scar Resurfacing)

      • หลักการทำงาน: Fotona (2940nm Erbium YAG) เป็นเลเซอร์ที่ลอกผิวชั้นบน (Ablative) เพื่อกรอขอบหลุมสิวให้เรียบเนียน

      • ผลลัพธ์: Fotona จะทำหน้าที่ "เจียร" ขอบหลุมสิวที่แข็งกระด้างให้ลาดลง ส่วน CureJet จะถูกใช้เพื่อยิงสารกระตุ้นเนื้อเยื่อ (เช่น PN หรือ Juvelook) เข้าไปที่ก้นหลุมสิวโดยตรง ช่วยเร่งให้แผลเลเซอร์หายไวขึ้น (ลด Downtime) และหลุมสิวตื้นขึ้นอย่างก้าวกระโดด

      • เหมาะกับใคร: หลุมสิวขอบชัด (Boxcar / Ice pick) รอยแผลเป็นนูน หรือผิวที่ขรุขระมาก

    5. CureJet + Sylfirm X Plus (Advanced RF Microneedling Combo)

      • หลักการทำงาน: Sylfirm X Plus ใช้เข็มขนาดเล็กส่งคลื่นวิทยุ (RF) ลงไปซ่อมแซมเส้นเลือดที่ผิดปกติ (ลดรอยแดง/ฝ้าเลือด) และยกกระชับผิว

      • ผลลัพธ์: เป็นการจับคู่ขั้นสุดยอด (Dual Modality) Sylfirm X Plus จัดการรอยแดงและกระชับผิวด้วยความร้อน (Heat) ส่วน CureJet จัดการเติมเต็มความชุ่มชื้นและ Volume ด้วยตัวยา (Non-heat) โดยไม่รบกวนกัน ทำให้ผิวแข็งแรง แน่นกระชับ และฉ่ำฟูถึงขีดสุด

      • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหาผิวหลายมิติ เช่น หลุมสิว รอยแดง ผิวหย่อนคล้อย และต้องการการรักษาที่เห็นผลครอบคลุมที่สุดในครั้งเดียว

 

บทสรุปสำหรับการจัดแพ็กเกจที่ Kritthada Clinic: การเลือกจับคู่ CureJet กับเทคโนโลยีหรือตัวยาใดนั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาหลักของคนไข้ หากเน้นงานผิวและหลุมสิวทั่วไป การคู่กับ Skin Boosters & Biostimulators ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ แต่หากคนไข้มีปัญหาเม็ดสีร่วมด้วย การทำควบคู่กับ PicoSure Pro จะตอบโจทย์และดึงศักยภาพการทำงานของคลินิกย่านบางนาออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดครับ

การปฏิบัติตัวหลังทำ CureJet 

  • ทาครีมบำรุงที่แพทย์แนะนำ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid หรือ Ceramide เพื่อช่วยฟื้นฟูผิว

  • แต่งหน้าได้เลย หลังทำทันที หรือรอผิวสงบประมาณ 1 ชั่วโมงก็แต่งได้แล้ว

  • ล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยนใน 24 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงโฟมล้างหน้าที่มีกรดหรือสารผลัดเซลล์ผิวใน 1–2 วันแรก

  • ทากันแดดทุกวัน หลีกเลี่ยงแดดจัด 1–2 วัน ป้องกันผิวถูกทำร้ายหลังทรีตเมนต์

  • ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นจากภายใน และช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูของคอลลาเจน

  • งดการสครับหน้า/มาสก์ผลัดเซลล์ผิว ผิวอาจระคายเคืองได้ง่ายในช่วงฟื้นตัว

  • งดการอบซาวน่า / ออกกำลังกายหนัก เหงื่ออาจทำให้ผิวระคายเคือง ควรรอ 24–48 ชม.

CureJet  ทำที่ไหนดี? วิธีเลือกคลินิกรักษาหลุมสิวด้วย CureJet ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

ปัจจุบันมีคลินิกที่ให้บริการนวัตกรรมไร้เข็มอย่าง CureJet เพิ่มมากขึ้น แต่การจะรักษาหลุมสิว หรือฟื้นฟูผิวให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัยนั้น แนะนำให้พิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก ดังนี้:

  1. ประเมินและทำการรักษาโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์:

    • แพทย์มีความเข้าใจโครงสร้างผิวชั้นลึก และสามารถวิเคราะห์ชนิดของหลุมสิว (Boxcar, Rolling, Ice Pick) เพื่อตั้งค่าแรงดัน (Pneumatic Energy) และปริมาณยาของเครื่อง CureJet ให้แม่นยำในแต่ละจุด

  2. ใช้เครื่อง CureJet ของแท้มาตรฐานสากล:

    • คลินิกต้องสามารถตรวจสอบได้ว่าใช้เครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการปล่อยละอองยาแบบ Micro-droplet ที่สม่ำเสมอ

  3. มีการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy):

    • หลุมสิวและปัญหาผิวแต่ละคนมีความซับซ้อน คลินิกที่ดีควรมีเครื่องมือระดับโลกอื่นๆ เช่น เลเซอร์กลุ่ม Picosecond เพื่อใช้รักษาร่วมกันและเสริมผลลัพธ์ให้ทวีคูณ

  4. คลินิกเดินทางสะดวกและมีการติดตามผล:

    • การรักษาผิวต้องทำอย่างต่อเนื่อง การเลือกคลินิกใกล้บ้าน เดินทางสะดวก มีที่จอดรถ และมีทีมงานติดตามผลหลังทำ จะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น

ทำไมต้องทำ CureJet รักษาหลุมสิว ที่ Kritthada Clinic (สาขา Little Walk บางนา)?

หากคุณกำลังมองหาศูนย์รวมเลเซอร์และเทคโนโลยีฟื้นฟูผิวย่านบางนา-ศรีนครินทร์ Kritthada Clinic คือคำตอบที่ครบจบในที่เดียว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:

1. ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) โดยแพทย์

ที่ Kritthada Clinic ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ใส่ใจในรายละเอียด คุณหมอจะทำการประเมินผิวหน้าอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกตัวยาหรือสารบำรุงที่เหมาะสมที่สุดในการใช้ร่วมกับเครื่อง CureJet ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารกลุ่ม Biostimulator (เช่น Juvelook, Lenisna, Vitaran) หรือวิตามินฟื้นฟูผิว เพื่อดันหลุมสิวให้ตื้นขึ้นและกระตุ้นคอลลาเจนอย่างตรงจุด

2. ผสานเทคโนโลยีระดับโลก: CureJet x PicoSure Pro

ความพิเศษที่ทำให้ Kritthada Clinic แตกต่าง คือการผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเข้าด้วยกัน เราเลือกใช้เครื่อง PicoSure Pro เลเซอร์ Picosecond ระดับโลก และเครื่องมืออื่นๆ อีกมากมาย ที่โดดเด่นด้านการกระตุ้นคอลลาเจนและปรับเม็ดสีผิว เมื่อนำมาใช้ร่วมกับกลไกการตัดพังผืดแบบไร้เข็มของ CureJet จะเกิดเป็น Synergy ที่ช่วยเคลียร์ปัญหาผิวขรุขระ รูขุมขนกว้าง และรอยสิว ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเจ็บน้อยกว่าการรักษาแบบเดิมๆ

3. โลเคชั่นตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

หมดปัญหาเรื่องการเดินทางเข้าเมือง เพราะ Kritthada Clinic ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพที่ โครงการ Little Walk บางนา-ตราด (ติดโรงพยาบาลไทยนครินทร์)

  • เดินทางสะดวก: ครอบคลุมพื้นที่การเดินทางของชาว บางนา, ศรีนครินทร์, อุดมสุข, สุขุมวิทตอนปลาย และ สมุทรปราการ

  • ที่จอดรถกว้างขวาง: โครงการมีพื้นที่จอดรถรองรับจำนวนมาก คุณจึงสามารถขับรถส่วนตัวมาใช้บริการได้อย่างสะดวกสบายและเป็นส่วนตัว

4. มั่นใจในคุณภาพ เครื่องมือแท้ 100% ทุกจุด

เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ของคนไข้เป็นอันดับหนึ่ง เครื่อง CureJet และเครื่องเลเซอร์ทุกเครื่องที่ Kritthada Clinic สั่งตรงจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Authorized Distributor) คนไข้สามารถตรวจสอบได้ และมั่นใจได้เต็มร้อยในทุกๆ ช็อตที่ทำการรักษา

รีวิวผลลัพธ์การรักษาด้วยโปรแกรม CureJet

ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังทำ CureJet และ Juvelook ฟื้นฟูสภาพผิวหน้าและหลุมสิว ที่ Kritthada Clinic สาขาบางนา
รีวิวผลลัพธ์ผิวหน้าเรียบเนียน รูขุมขนกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจบโปรแกรมรักษาผิวด้วยเทคโนโลยี CureJet
ผลลัพ�ธ์การกระตุ้นคอลลาเจนและเติมเต็มรอยแผลเป็น หลุมสิวลึก ด้วยเครื่อง CureJet
ผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนและเติมเต็มรอยแผลเป็น หลุมสิวลึก ด้วยพลังงานจลน์จากเครื่อง CureJet
ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังทำ CureJet ฟื้นฟูสภาพผิวหน้าและหลุมสิว ที่ Kritthada Clinic บางนา
รีวิวงานผิวสุขภาพดี อิ่มฟู ดูฉ่ำวาว หลังเข้ารับการฟื้นฟูโครงสร้างผิวด้วย CureJet ร่วมกับ Juvelook

คำถามที่พบบ่อย

ปรึกษาปัญหาผิวและประเมินแนวทางการรักษาหลุมสิวด้วยเทคโนโลยี CureJet ล่วงหน้าได้ฟรี
FIND US
 
สาขา Little Walk บางนาตราด
ติดกับ รพ.ไทยนครินทร์  
769 ห้อง A4 อาคาร Little walk บางนา ถนน บางนา-ตราด เขตบางนา แขวบางนา กรุงเทพมหานคร

098-271-7778

LINE@: @kritthadaclinic

kritthadaclinic@gmail.com

OPENING HOURS
LITTLE WALK บางนา
วันจันทร์ - วันอาทิตย์ 11:30 - 20:30น.
ปิดทุกวันพฤหัสบดี

bottom of page