top of page
นพ.กฤษณ์ บูรณโยชน์กุล กำลังตรวจประเมินผิวเพื่อรักษาด้วย PicoSure Pro

LaseMD นวัตกรรมเลเซอร์ฟื้นฟูผิวใส เผยผิวใหม่ที่เรียบเนียนและอ่อนเยาว์กว่าที่เคย

LaseMD (เลเซอร์ เอ็มดี) คือ นวัตกรรมเลเซอร์ความยาวคลื่น 1927 นาโนเมตร (Thulium Laser) ที่ผสานเทคโนโลยีการผลักตัวยาเข้าสู่ผิว (Cosmeceutical Delivery System - CDS) ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมเปิดผิวเพื่อรับสารบำรุง (Ampoule) ลงลึกถึงระดับโครงสร้างผิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ฝ้า กระ และริ้วรอยตื้นๆ โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน

LaseMD คืออะไร? เจาะลึกกลไกการทำงานระดับโครงสร้างผิว

ในทางการแพทย์ LaseMD ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Lutronic ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Thulium Fractional Laser (1927 nm) ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่มีความจำเพาะต่อน้ำ (Water Absorption) ในเซลล์ผิวหนัง กลไกการทำงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักที่ทำงานประสานกัน คือ:

  1. Tissue Resurfacing (การผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน): พลังงานเลเซอร์จะสร้างช่องว่างขนาดเล็กจิ๋ว (Micro-channels) จำนวนมหาศาลบริเวณผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนสุด (Stratum Corneum) เกิดบาดแผลรุนแรงหรือลอกไหม้ กระบวนการนี้จะช่วยกวาดเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ (ฝ้า กระ จุดด่างดำ) ให้หลุดออก และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่

  2. CDS / LADD (ระบบนำพาสารบำรุงสู่ผิวชั้นลึก): ในวงการแพทย์ผิวหนังเรียกเทคนิคนี้ว่า LADD (Laser-Assisted Drug Delivery) ช่องว่างที่เลเซอร์สร้างขึ้นจะทำหน้าที่เป็น "ทางด่วน" ให้สารบำรุงบริสุทธิ์ (Ampoules) เช่น วิตามินซี, วิตามินเอ หรือ Tranexamic Acid สามารถซึมผ่านเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ลงลึกไปถึงชั้นผิวที่ต้องการการรักษาได้โดยตรง

หลักการทำงานของ LaseMD (LaseMD ทำงานอย่างไร?)

  • LaseMD ใช้เทคโนโลยี Fractional Thulium Laser ซึ่งทำงานโดยการปล่อยพลังงานเลเซอร์ขนาดเล็กมากๆ ลงไปบนผิว เพื่อสร้างช่องว่างขนาดไมโคร (Micro-channels) ในชั้นผิวหนังชั้นบน โดยไม่ทำลายผิวบริเวณโดยรอบ

  • ช่องว่างเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็น "เส้นทาง" ที่ช่วยให้สารบำรุงผิว (Cosmeceuticals) หรือตัวยาเฉพาะเจาะจง สามารถซึมซาบลงลึกสู่ชั้นผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งดีกว่าการทาครีมบำรุงทั่วไปหลายเท่าตัว หลังจากนั้นผิวจะเกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น

จุดเด่นของ LaseMD คืออะไร?

  • เทคโนโลยี CDS (ผลักวิตามินล้ำลึก): เป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไป เพราะช่อง Micro-channels ที่เลเซอร์สร้างขึ้น จะช่วยเปิดทางให้ตัวยาบริสุทธิ์ของ LaseMD (เช่น วิตามินซี, วิตามินเอ, Tranexamic Acid, Resveratrol) ซึมซาบลงลึกไปแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด

  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน (Minimal Downtime): ผิวหลังทำจะมีแค่อาการแดงระเรื่อหรือสากเล็กน้อย ไม่เกิดสะเก็ดรุนแรง แผลไม่เหวอะ สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ตามปกติ

  • แก้ปัญหาผิวได้ครอบคลุม: โดดเด่นเรื่องการปรับโทนสีผิวให้กระจ่างใส (Skin Brightening), ลดฝ้า กระ จุดด่างดำตื้นๆ, กระชับรูขุมขน, ลดริ้วรอยเล็กๆ (Fine lines) และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

  • อ่อนโยนและปลอดภัย: สามารถทำได้กับทุกสภาพผิว (All Skin Types) ทำได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ทำให้ผิวบาง

  • ประยุกต์ใช้กับหนังศีรษะได้: นอกจากการดูแลผิวหน้า ยังสามารถนำมายิงเพื่อเปิดผิวบริเวณหนังศีรษะ แล้วผลักตัวยาบำรุงรากผม ช่วยแก้ปัญหาผมหลุดร่วงและผมบางได้อีกด้วย

LaseMD ดีไหม?

ในมุมมองของแพทย์ผิวหนังและรีวิวจากคนไข้ LaseMD (โดยเฉพาะรุ่น Ultra) ได้รับคำชมสูงมากในเรื่อง "การฟื้นฟูผิวแบบไม่ต้องพักหน้า" (Minimal Downtime)

  • ข้อดีที่เด่นชัด:

    • งานผิว Glass Skin: เป็นเลเซอร์ที่ยืนหนึ่งเรื่องการทำผิวให้ดูฉ่ำวาว สะอาด รูขุมขนเนียนละเอียด และกระจ่างใสขึ้นชัดเจน

    • สบายกว่า เลือดไม่สาด: ไม่เหมือนเลเซอร์กรอผิวสมัยก่อน (เช่น CO2) เพราะ LaseMD ไม่ทิ้งสะเก็ดแผลรุนแรง หลังทำผิวจะแดงระเรื่อและอาจรู้สึกสากๆ เหมือนกระดาษทรายเล็กน้อยประมาณ 3-5 วัน แต่สามารถแต่งหน้าทับและไปทำงานต่อได้เลย

    • ผสานการผลักวิตามิน (CDS): การเปิดช่องผิวแล้วเติม Ampoule สดๆ ลงไป ทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีกว่าทาครีมปกติหลายเท่า

  • ข้อจำกัด:

    • ไม่เหมาะกับหลุมสิวลึกๆ หรือริ้วรอยร่องลึกมากๆ (ปัญหาเหล่านั้นควรใช้เครื่องอื่นหรือฉีดฟิลเลอร์)

    • ต้องทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนโครงสร้างผิวแบบยั่งยืน ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ

LaseMD เป็นที่นิยมไหม? (ข้อมูลเทรนด์อัปเดตปี 2025-2026)

เป็นที่นิยมระดับ "Top Trend" ในวงการแพทย์ผิวหนังทั่วโลกและเกาหลีใต้ครับ

  • เทรนด์ Non-Invasive มาแรง: เทรนด์ความงามปี 2025-2026 ผู้บริโภคเปลี่ยนจากการทำศัลยกรรมหรือเลเซอร์หนักๆ มาเป็นการดูแลผิวแนว "Regenerative Aesthetics" (กระตุ้นให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง) คนไข้ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่หน้าโป๊ะ และไม่อยากลางานเพื่อพักฟื้น LaseMD จึงตอบโจทย์นี้ได้ตรงร้อยเปอร์เซ็นต์

  • Combination Trend (คีย์เวิร์ดเด็ดสำหรับ Kritthada Clinic): ปัจจุบันคลินิกชั้นนำในเกาหลีและอเมริกานิยมทำ LaseMD ควบคู่กับ Pico Laser มากๆ ครับ เพราะ Pico ช่วยยิงทุบเม็ดสีฝ้ากระให้แตกกระจาย ส่วน LaseMD ช่วยผลัดเซลล์ผิว เคลียร์เม็ดสีที่แตกแล้วออก พร้อมปรับ Texture ผิวให้เนียนและเติมวิตามินบำรุง

ทำไมการทำ LaseMD แบบ Combination ที่ Kritthada Clinic ถึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า?

โครงสร้างผิวของคนเรามีหลายชั้น และปัญหาผิวส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว การใช้ LaseMD ซึ่งทำงานได้ดีเยี่ยมในผิวชั้นบน (Epidermis) ร่วมกับเครื่องมือที่ดูแลผิวชั้นลึก (Dermis) จะเปรียบเสมือนการบูรณะผิวแบบ 360 องศา พร้อมทั้งดึงจุดเด่นของระบบผลักวิตามิน (CDS) ของ LaseMD มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ที่ Kritthada Clinic แพทย์จะประเมินและออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยมีโปรแกรมยอดนิยมดังนี้:

1. LaseMD + PicoSure Pro (เทรนด์ผิว Glass Skin & เคลียร์ฝ้ากระขั้นสุด)

  • การทำงาน: PicoSure Pro จะส่งพลังงานลงไปทุบทำลายเม็ดสีฝ้า กระ และจุดด่างดำที่ฝังลึกให้แตกละเอียด จากนั้น LaseMD จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเพื่อกวาดเม็ดสีเหล่านั้นออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดช่องผิวเพื่อผลักวิตามินบำรุง

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระลึก รอยดำฝังลึก และต้องการฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส ฉ่ำวาวแบบ Glass Skin

2. LaseMD + Derma V (เคลียร์รอยแดง ผิวอักเสบ พร้อมปรับผิวสว่าง)

  • การทำงาน: Derma V เป็นเลเซอร์ที่ยืนหนึ่งเรื่องการจัดการเส้นเลือด รอยแดงสิว และลดการอักเสบของผิว เมื่อทำร่วมกับ LaseMD ที่ช่วยปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอและกระชับรูขุมขน จะช่วยให้ผิวหน้าดูเคลียร์ใส ไร้รอยกวนใจ ทั้งรอยดำและรอยแดงในคราวเดียว

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหารอยแดงสิว ผิวแพ้ง่าย เส้นเลือดฝอยบนหน้า หรือโรคผิวหนังอักเสบ (Rosacea)

3. LaseMD + Long Pulse FRAC3 Fotona (กระชับผิวชั้นลึก เผยผิวเนียนชั้นบน)

  • การทำงาน: FRAC3 (จากเครื่อง Fotona) จะส่งพลังงานลงลึกเพื่อสร้างโครงข่ายคอลลาเจนใหม่ ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยจากภายใน เมื่อผสานกับ LaseMD ที่ช่วยขัดเกลาพื้นผิวชั้นบนให้เรียบเนียน จะได้ผลลัพธ์ผิวที่ทั้งแน่น ฟู และเนียนละเอียด

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอย ผิวขาดความยืดหยุ่น และต้องการกระตุ้นคอลลาเจนแบบ 3 มิติ

4. LaseMD + Q-Switched (Miin / Spectra) (ปรับโทนสีผิว คืนความสดใสไร้ Downtime)

  • การทำงาน: การใช้ Q-Switched ในโหมด Laser Toning ช่วยจับเม็ดสีแบบอ่อนโยน ผสานกับ LaseMD เพื่อเปิดช่องผิวและเติมวิตามินบำรุง เป็นคู่มือที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นโดยแทบไม่ต้องพักฟื้น

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการดูแลผิวเป็นประจำ (Maintenance) ลดความหมองคล้ำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอแบบเบาสบายผิว

5. LaseMD + CureJet (คอมโบฟื้นฟูหลุมสิวและผิวระดับโครงสร้าง)

  • การทำงาน: CureJet คือเทคโนโลยีการส่งผ่านตัวยาโดยไร้เข็ม (Needle-free Micro-injector) ที่สามารถยิงตัวยา เช่น Juvelook ลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อตัดพังผืดและฟื้นฟูหลุมสิว เมื่อทำคู่กับ LaseMD ที่ดูแลความเรียบเนียนของผิวชั้นนอก จะถือเป็นสุดยอดการซ่อมแซมผิวที่เสียหายให้กลับมาตื้นและเต็มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว รูขุมขนกว้างมาก แผลเป็น หรือต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างล้ำลึก

6. LaseMD + Microneedle RF (ยกกระชับลดเลือนริ้วรอย พร้อมรีดผิวเรียบ)

  • การทำงาน: Microneedle RF จะส่งคลื่นวิทยุผ่านเข็มขนาดเล็กเพื่อยกกระชับผิวชั้นลึกและลดความหย่อนคล้อย การตามด้วย LaseMD จะช่วยเก็บรายละเอียดพื้นผิว (Skin Texture) ให้เรียบลื่นและเติมสารอาหารให้ผิวที่กำลังสร้างคอลลาเจน

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง รอยยับของผิว ริ้วรอยร่องแก้ม หรือต้องการยกกระชับพร้อมปรับสภาพผิว

7. LaseMD + Skinbooster (บูสต์ผิวฉ่ำน้ำ ขีดสุดของการบำรุง)

  • การทำงาน: การเปิด Micro-channels ด้วย LaseMD เป็นการเตรียมผิวให้พร้อมรับสารบำรุงขั้นสุด เมื่อแพทย์ทำการเติม Skinbooster (เช่น ตัวที่ช่วยเติมน้ำหรือกระตุ้นคอลลาเจน) ผิวจะสามารถดูดซึมสารบำรุงได้ลึกและทั่วถึงกว่าการทาหรือฉีดแบบปกติเพียงอย่างเดียว

  • เหมาะกับใคร: ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ผิวดูเหนื่อยล้า ต้องการความฉ่ำโกลว์แบบเร่งด่วน

8. LaseMD + Tranexamic Acid (TA) Ampoule (บล็อกฝ้ากระ ยับยั้งเม็ดสีจากต้นตอ)

  • การทำงาน: นี่คือ Signature ของ LaseMD คือการเลเซอร์เพื่อผลักตัวยา Tranexamic Acid (TA) บริสุทธิ์ ลงสู่ผิว ตัวยา TA มีคุณสมบัติยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน เมื่อถูกส่งลงลึกด้วยเทคโนโลยี CDS จะให้ผลลัพธ์ในการควบคุมฝ้าและการเกิดสีผิวผิดปกติได้ดีเยี่ยม

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่เป็นฝ้าฝังลึก ฝ้าฮอร์โมน รอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ที่ทาครีมแล้วไม่เห็นผล

LaseMD ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องอะไรบ้าง?

ด้วยการทำงานผสานกันระหว่าง Thulium Laser 1927 nm และเทคโนโลยีการผลักสารบำรุง (CDS) LaseMD จึงสามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ทั้งในระดับพื้นผิวชั้นนอกและการบำรุงล้ำลึก:

  • ปัญหาความหมองคล้ำและเม็ดสี (Pigmentation): ช่วยผลัดเม็ดสีเมลานินที่จับตัวกันแน่นในชั้นผิวให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน แก้ปัญหาหน้าหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำ รอยแดง รวมถึงฝ้าและกระตื้นๆ ให้ดูจางลง

  • ปัญหารูขุมขนกว้างและผิวหยาบกร้าน (Skin Texture): พลังงานเลเซอร์จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวที่เคยสากหรือหยาบกร้านจะกลับมาเรียบเนียน ลื่น และฟูอิ่มน้ำมากยิ่งขึ้น (Texture Refinement)

  • ปัญหาริ้วรอยตื้นๆ (Fine Lines): ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ บริเวณใบหน้า คอ หรือเนินอก ที่เกิดจากผิวแห้งเสีย ขาดน้ำ หรือถูกแสงแดดทำร้าย

  • ปัญหาผิวขาดการบำรุง (Dehydrated & Malnourished Skin): เปิดช่อง Micro-channels เพื่อผลักวิตามินเข้มข้น (Ampoules) เช่น Vitamin C, Vitamin A, Tranexamic Acid หรือ Resveratrol ลงลึกสู่ชั้นผิว ซึ่งครีมทาหน้าทั่วไปไม่สามารถซึมผ่านได้ลึกระดับนี้

  • ปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Loss): สามารถใช้ร่วมกับเซรั่มบำรุงรากผม เพื่อกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ลดปัญหาผมร่วงและผมบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โปรแกรม LaseMD เหมาะกับใคร?

LaseMD เป็นเลเซอร์ที่ออกแบบมาให้อ่อนโยนและปลอดภัยกับทุกสภาพผิว (All Skin Types) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ:

  • ผู้ที่ต้องการงานผิว Glass Skin อยากให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาว สะอาด เปล่งปลั่ง และแต่งหน้าติดทนมากขึ้น

  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ลูบไปแล้วรู้สึกสากผิว

  • ผู้ที่ทาครีมบำรุงราคาแพงแล้วรู้สึกว่า "ไม่เห็นผล" (เนื่องจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วกีดขวางการซึมซับ LaseMD จะช่วยเปิดทางให้ตัวยาลงได้ลึกขึ้น)

  • ผู้ที่ต้องการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แต่ไม่อยากพักฟื้นนาน (Minimal Downtime) ไม่ต้องการให้หน้ามีสะเก็ดแผลรุนแรง สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที

  • ผู้ที่กำลังมองหาเลเซอร์สำหรับดูแลผิวเป็นประจำ (Maintenance Treatment) เพื่อคงความอ่อนเยาว์และสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว

LaseMD ต้องทำบ่อยแค่ไหน? เว้นระยะห่างเท่าไหร่ถึงจะเห็นผลดีที่สุด?

เพื่อผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แนะนำให้ทำ LaseMD ต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 2-4 สัปดาห์ ในช่วงแรกของการรักษา หลังจากที่ปัญหาผิวดีขึ้นแล้ว สามารถปรับมาทำเป็นประจำทุกๆ 1-3 เดือน เพื่อคงสภาพผิวให้กระจ่างใสและเรียบเนียน (Glass Skin) ในระยะยาว

ทั้งนี้ ความถี่ในการทำจะขึ้นอยู่กับ "ปัญหาผิวเริ่มต้น" และ "เป้าหมาย" ของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะแบ่งช่วงการรักษาออกเป็น 2 ระยะหลัก ดังนี้:

1. ช่วงฟื้นฟูผิวและแก้ไขปัญหา (Treatment Phase)

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวชัดเจน เช่น มีฝ้า กระตื้น รอยดำ รูขุมขนกว้าง หรือผิวหยาบกร้านมาก ต้องการการกระตุ้นคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิวอย่างต่อเนื่อง

  • ความถี่ที่แนะนำ: ทำทุกๆ 2-4 สัปดาห์

  • จำนวนครั้ง: ประมาณ 3-5 ครั้งต่อเนื่อง

  • ผลลัพธ์: เม็ดสีจะค่อยๆ จางลง รูขุมขนดูกระชับขึ้น และผิวมีความละเอียด ฉ่ำน้ำ สัมผัสได้ถึงความลื่นของผิวอย่างชัดเจน

2. ช่วงคงสภาพผิวและบำรุงระยะยาว (Maintenance Phase)

หลังจากผิวหน้าได้รับการฟื้นฟูจนได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแล้ว สามารถปรับระยะเวลาให้ห่างขึ้น เพื่อใช้เป็นเลเซอร์สำหรับการดูแลผิวเป็นประจำ แทนการทาครีมบำรุงหรือการทำทรีตเมนต์ทั่วไป

  • ความถี่ที่แนะนำ: ทำทุกๆ 1-3 เดือน / ครั้ง

  • ผลลัพธ์: ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ ป้องกันไม่ให้ฝ้ากระกลับมาเข้มขึ้นง่าย และรักษาความโกลว์ใสของผิวแบบ Glass Skin ให้อยู่กับเราไปนานๆ

 

สำหรับการรักษาปัญหาผมร่วงและหนังศีรษะ

ในกรณีที่ใช้ LaseMD เพื่อเปิดผิวหนังศีรษะและผลักตัวยาบำรุงรากผม เพื่อกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม

  • ความถี่ที่แนะนำ: ทำทุกๆ 1-2 สัปดาห์ (ตามการประเมินของแพทย์)

ข้อแนะนำจาก Kritthada Clinic: ด้วยประสบการณ์การใช้เครื่อง LaseMD มาตั้งแต่ปี 2018 แพทย์ของเราพบว่าสภาพผิวของคนไข้แต่ละท่านมีการตอบสนองต่อเลเซอร์แตกต่างกัน หากมีการทำ LaseMD ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น PicoSure Pro แพทย์จะเป็นผู้ออกแบบและนัดหมายระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดให้กับคนไข้แต่ละเคสแบบ Personalization เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด โดยไม่ทำให้ผิวบางลง

ทำไมต้องทำ LaseMD ที่ Kritthada Clinic?

แม้ปัจจุบันจะมีคลินิกหลายแห่งให้บริการ LaseMD แต่ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์คือตัวแปรสำคัญที่สุดที่กำหนดผลลัพธ์ของการรักษา

  1. ประสบการณ์ยาวนานกว่า 8 ปี (ตั้งแต่ปี 2018 - ปัจจุบัน)
    Kritthada Clinic เป็นคลินิกลำดับแรกๆ ในประเทศไทยที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยี LaseMD และนำเข้ามาใช้ดูแลคนไข้ตั้งแต่ปี 2018 แพทย์ของเราจึงมีความเข้าใจในกลไกการทำงานของเครื่อง การตั้งค่าพลังงาน (Energy Parameters) อย่างละเอียด และรู้ลึกถึงปฏิกิริยาของผิวในระยะยาว (Long-term Outcomes) ทำให้สามารถดึงประสิทธิภาพของเลเซอร์ออกมาได้สูงสุด

  2. ดูแลและประเมินผิวทุกเคสโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
    ทุกขั้นตอนตั้งแต่การวินิจฉัยสภาพผิว ความลึกของเม็ดสี ไปจนถึงการยิงเลเซอร์ ดำเนินการโดย นพ.กฤษณ์ บูรณโยชน์กุล แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเลเซอร์ผิวหนังโดยตรง และทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้การประเมินและการรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

  3. วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment)
    เนื่องจากปัญหาผิวของแต่ละคนมีความตื้น-ลึกไม่เท่ากัน แพทย์จะพิจารณาปรับตั้งค่าพลังงานและขนาดหัวยิงให้สอดคล้องกับสภาพผิวจริงในแต่ละครั้ง เพื่อให้การรักษาครอบคลุมพื้นที่ปัญหาอย่างแม่นยำ

  4. เทคนิคการรักษา (Personalized Technique)
    เพราะผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ใช้ค่าพลังงานแบบเหมาเข่ง (No One-Size-Fits-All) แพทย์ของเราจะประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกสูตรตัวยาบริสุทธิ์ (Ampoules) ปรับตั้งค่าพลังงาน (Energy) ให้ตรงกับปัญหาผิวในขณะนั้นมากที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำและตรงจุด

  5. Master of Combination Treatment
    ด้วยเครื่องมือแพทย์ระดับโลกที่ครบครันในคลินิก แพทย์ของ Kritthada Clinic จึงชำนาญในการออกแบบการรักษาที่ผสาน LaseMD ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น PicoSure Pro เพื่อเสริมฤทธิ์กัน (Synergy) ทำให้เคลียร์ปัญหาเม็ดสีและพื้นผิวได้เร็วกว่าการรักษาแบบทั่วไปถึง 2 เท่า

  6. ความมั่นใจในมาตรฐานและความปลอดภัย
    ใช้เครื่อง LaseMD แท้ที่ได้มาตรฐาน นำเข้าอย่างถูกต้อง พร้อมตัวยา Ampoules แท้จากบริษัทผู้ผลิต 100% ดูแลทุกขั้นตอนโดยแพทย์ผู้ชำนาญการภายในพื้นที่คลินิกที่สะอาด กว้างขวาง และเดินทางสะดวก ณ โครงการ Little Walk บางนา

  7. การดูแลความปลอดภัยและติดตามผล
    ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวและการดูแลผิวอย่างละเอียดในแต่ละขั้นตอน พร้อมทั้งมีการนัดหมายติดตามผลการรักษา เพื่อให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับสภาพผิวของท่าน

  8. ที่นี่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพวัดผล ด้วยความแม่นยำและการควบคุมมาตรฐานระดับการแพทย์
    ที่ กริตธาดาคลินิก (Kritthada Clinic) การถ่ายรูปเพื่อวัดผลการรักษาไม่ได้เป็นเพียงแค่การกดชัตเตอร์เก็บรูปก่อนและหลังทำ (Before & After) ทั่วไปครับ แต่ที่นี่ให้ความสำคัญกับ "ความแม่นยำและการควบคุมมาตรฐานระดับการแพทย์" (Medical Standard Photography) เพื่อให้คนไข้สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวและผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน คอนเฟิร์มผลการรักษาได้อย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา

  9. บริเวณเดินทางสะดวก ย่านบางนา (Little Walk Bangna)
    สำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานในโซนบางนาและกรุงเทพฯ ตะวันออก Kritthada Clinic ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก มีที่จอดรถกว้างขวาง บรรยากาศภายในคลินิกมีความเป็นส่วนตัว สะอาด ปลอดภัย และมีการบริการระดับพรีเมียมคอยดูแลคุณตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา

  10. การันตีความมั่นใจด้วยรีวิวความประทับใจจากคนไข้จริง (Google Reviews)
    ผลลัพธ์และความประทับใจของคนไข้คือเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด ที่ กริตธาดาคลินิก เราได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการจริงมากมาย ทั้งในเรื่องความเชี่ยวชาญของแพทย์ การให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา และผลลัพธ์งานผิวที่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้จริง
    สามารถคลิกอ่านประสบการณ์ตรงจากคนไข้ของเราเพิ่มเติมได้ที่ Google Reviews ของ Kritthada Clinic

รีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริง: เผยผิวใหม่ด้วย LaseMD ที่ Kritthada Clinic

ผู้รับบริการ LaseMD ที่ Kritthada Clinic ต่างประทับใจในผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวที่รวดเร็วและเห็นผลชัดเจน โดยส่วนใหญ่สัมผัสได้ถึงผิวที่เรียบเนียน นุ่มลื่น และกระจ่างใสขึ้น (Glass Skin) ตั้งแต่ 1-2 ครั้งแรกที่ทำ นอกจากนี้ การรักษาร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น PicoSure Pro ยังช่วยแก้ปัญหาฝ้า กระ และรูขุมขนกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LaseMD (FAQ)

FIND US
 
สาขา Little Walk บางนาตราด
ติดกับ รพ.ไทยนครินทร์  
769 ห้อง A4 อาคาร Little walk บางนา ถนน บางนา-ตราด เขตบางนา แขวงบางนา กรุงเทพมหานคร

098-271-7778

LINE@: @kritthadaclinic

kritthadaclinic@gmail.com

OPENING HOURS
LITTLE WALK บางนา
วันจันทร์ - วันอาทิตย์ 11:30 - 20:30น.
ปิดทุกวันพฤหัสบดี

bottom of page