top of page

รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ Kritthada Clinic | นวัตกรรม Laser ผสมผสานยารักษา เห็นผลลัพธ์ชัดเจน

บอกลาฝ้าฝังลึก คืนผิวหน้ากระจ่างใส ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ระดับโลกที่ Kritthada Clinic

ปัญหา “ฝ้า” (Melasma) ไม่ใช่แค่เรื่องของเม็ดสี แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างผิวและการรักษาที่ต้องแม่นยำ ที่ Kritthada Clinic เราออกแบบโปรแกรมรักษาฝ้าแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) โดยการใช้ นวัตกรรมเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สุด ควบคู่กับการใช้ยารักษา เพื่อหยุดวงจรการเกิดฝ้าใหม่และสลายฝ้าเก่าอย่างมีประสิทธิภาพ

ฝ้า คือ อะไร?

ฝ้า (Melasma) คือ รอยปื้นสีน้ำตาลหรือสีเทาที่มักปรากฏบนใบหน้า (โดยเฉพาะแก้ม สันจมูก หน้าผาก และริมฝีปากบน) เกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ทำงานมากผิดปกติ ทำให้มีการผลิตเม็ดสีเมลานินออกมาสะสมในผิวหนังมากขึ้น

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝ้า

  • รังสี UV จากแสงแดด: เป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญที่สุด เพราะแสงแดดจะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้ผลิตเมลานินมากขึ้น

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: มักพบในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ (เรียกว่า "หน้ากากแห่งการตั้งครรภ์"), การรับประทานยาคุมกำเนิด หรือการวัยหมดประจำเดือน

  • พันธุกรรม: หากคนในครอบครัวเป็นฝ้า จะมีโอกาสเสี่ยงสูงขึ้น

  • ความร้อนและแสงสีฟ้า: แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือความร้อนจากเตาไฟ ก็มีส่วนกระตุ้นได้เช่นกัน

  • การแพ้เครื่องสำอาง: สารเคมีบางอย่างอาจทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้นจนเกิดเป็นรอยคล้ำ

สูตรสำเร็จ ในการรักษาฝ้า: เลเซอร์ X ยารักษา (Combination Therapy)

การใช้ยาร่วมกับการทำเลเซอร์เป็นวิธีที่นิยมมาก เพราะเลเซอร์จะช่วยทำลายเม็ดสีที่สะสมอยู่เดิม ส่วนยาจะทำหน้าที่ "คุมกำเนิดเม็ดสี" เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้มใหม่ โดยยาที่มักใช้ควบคู่กันมีดังนี้ครับ

1. ยากิน (Oral Medication)

กลุ่มยาที่นิยมที่สุดในปัจจุบันคือ Tranexamic Acid (TXA)

  • กลไก: ช่วยยับยั้งการสื่อสารระหว่างเซลล์ผิวกับเซลล์สร้างเม็ดสี และลดการขยายตัวของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงฝ้า

  • หมายเหตุ: ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะมีข้อจำกัดในผู้ที่มีความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือดอุดตัน

2. ยาทา (Topical Medication)

มักใช้ทาเพื่อเตรียมผิวหรือใช้ต่อเนื่องหลังเลเซอร์เพื่อคงผลลัพธ์

  • กลุ่ม Whitening: เช่น Arbutin, Kojic Acid หรือ Vitamin C เพื่อลดการสร้างเม็ดสีแบบอ่อนโยน

  • กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase: เช่น Thiamidol หรือ Hydroquinone (ตัวหลังนี้ต้องใช้สั้นๆ ภายใต้คำสั่งแพทย์เพื่อป้องกันผลข้างเคียง)

  • กลุ่มเร่งการผลัดเซลล์ผิว: เช่น Retinoids (อนุพันธ์วิตามินเอ) ช่วยให้รอยดำหลุดลอกเร็วขึ้น แต่ต้องระวังผิวบางหรือไวต่อแสงหลังทำเลเซอร์

3. ยาฉีด (Mesotherapy)

เป็นการสะกิดตัวยา (เช่น TXA หรือ Multi-vitamin) ลงในชั้นผิวบริเวณที่เป็นฝ้าโดยตรง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ตรงจุดมากกว่าการทาเพียงอย่างเดียว

4. ครีมกันแดด (Sunscreen)

ถึงไม่ใช่ยาโดยตรง แต่เป็น "หัวใจสำคัญ" ที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะหลังทำเลเซอร์ที่ผิวจะไวต่อแสงเป็นพิเศษ ควรใช้แบบ Broad Spectrum ที่กันได้ทั้ง UVA, UVB และ Visible Light (แสงสีฟ้า)

ที่ Kritthada Clinic เราเชื่อใน "ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน" การทำเลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราจึงใช้เทคนิคการรักษาควบคู่กับการใช้ยา (Topical & Oral Medication) ที่ผ่านการคัดสรรโดยแพทย์ เพื่อ:

  1. Inhibit: ยับยั้งการผลิตเม็ดสีใหม่จากต้นทาง

  2. Eliminate: สลายเม็ดสีเดิมที่สะสมหนาตัว

  3. Restore: ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ไม่กลับไปเป็นฝ้าซ้ำง่ายๆ

รักษาฝ้า เลเซอร์ที่ไหนดี kritthada clinic
รีวิว Picosure pro derma v รักษาฝ้า kritthada clinic

เลเซอร์รักษาฝ้าที่ Kritthada Clinic มีอะไรบ้าง?

1. The Pigment Destroyers (กลุ่มทำลายเม็ดสีโดยตรง)

เน้นการทำให้เม็ดสีที่รวมตัวกันเป็นปื้น (ฝ้า) แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ เพื่อให้ร่างกายกำจัดออกได้ง่ายขึ้น

  • Picosure Pro (Cynosure, USA):

    • จุดเด่น: ใช้ผลึก Alexandrite ให้ความยาวคลื่น 755 nm ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่ เม็ดสี (Melanin) ดูดซับพลังงานได้ดีที่สุด พลังงานเปลี่ยนเป็นแรงกระแทก (Photoacoustic) แทนความร้อน ทำให้ฝ้าจางลงไวโดยเสี่ยงผิวไหม้น้อยลง แก้ฝ้าดื้อ/ผิวหมองได้ดี จับเม็ดสีได้ดีกว่า 1064 nm ถึง 3 เท่า ได้ผลดีในจำนวนครั้งที่น้อยกว่า มีหัวพิเศษ Platinum Focus Lens สลายเม็ดสีโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง

    • เหมาะสำหรับ: ฝ้าดื้อ, ฝ้ากระแดด, ฝ้าดื้อยา และต้องการงานผิว (Skin Revitalization) ไปพร้อมกัน

  • Picoplus:

    • จุดเด่น: Pico Laser ใช้พลังงานจากผลึก Nd:YAG ให้ความยาวคลื่นหลักที่ 1064 nm ซึ่งลงได้ลึกและเด่นในการกระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียด (Vibration) มีความยาวคลื่นหลากหลาย (532, 1064 nm) สามารถปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับความลึกของฝ้าในแต่ละชั้นผิวได้แม่นยำ ทำควบคู่กับ Picosure Pro หรือ เลเซอร์อื่นๆ ที่ Kritthada Clinic ได้

  • Picov:

    • จุดเด่น: PicoV คือ การรักษาที่ใช้เลเซอร์ 2 ชนิดอย่าง PicoSure Pro และ Derma V ทำงานร่วมกันในคราวเดียว (Combination Therapy) โดยดึงจุดเด่นของแต่ละเครื่องมาเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน การใช้สูตร PicoV (PicoSure Pro + Derma V) ถือเป็น "Combination Therapy" ระดับ Gold Standard ในการรักษาฝ้าปัจจุบัน เพราะเป็นการแก้ปัญหาแบบ Double Lockdown ทั้งเม็ดสีและเส้นเลือดไปพร้อมกัน

    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มี "ปัญหาผสม" ทั้งรอยดำและรอยแดงเป็น ฝ้าหรือกระ ที่มีเส้นเลือดร่วมด้วย ฝ้าเลือด (Vascular Melasma) ซึ่งเลเซอร์ทั่วไปมักรักษาได้ยาก

  • Miin Laser:

    • จุดเด่น: เครื่องนี้พัฒนามาเพื่อแก้จุดอ่อนของ Q-Switched Nd:YAG แบบเดิม โดยมีจุดเด่นที่ "Multi-Pulse" Miin สามารถซอยย่อยพลังงานเป็น 4-8 Sub-pulses ในการยิง 1 ครั้ง ทำให้พลังงานลงไปถึงเม็ดสีได้ลึกแต่ สะสมความร้อนที่ผิวชั้นบนน้อยลง

    • เหมาะสำหรับ: คนไข้ที่ผิวบอบบาง หรือกลัวเรื่องหน้าไหม้/หน้าแดงหลังทำ (Side effect ต่ำ) เน้นการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและรักษาฝ้าแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วยให้หน้าดูใสแบบละมุน

  • Spectra Laser:

    • จุดเด่น: เครื่องระบบ Q-Switched Nd:YAG แบบเดิมที่มีมานานแล้ว ราคาย่อมเยากว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ยังได้ผลที่ดี

    • เหมาะสำหรับ: เน้นการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและรักษาฝ้าแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือต้องการการดูแลรักษาฝ้าแบบประคับประคอง (Maintenance) ไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้ม หรือไว้สลับทำกับเลเซอร์ตัวอื่นๆ ได้

2. The Vascular Control (กลุ่มจัดการฝ้าเลือดและรอยแดง)

ฝ้าหลายชนิดมี "เส้นเลือด" มาเลี้ยง ทำให้ฝ้าดูเข้มและกลับมาเป็นซ้ำง่าย หากไม่จัดการเส้นเลือด ฝ้าจะรักษาไม่หายขาด

  • Derma V Laser:

    • จุดเด่น: นวัตกรรมเลเซอร์ในกลุ่ม Vascular Laser (เลเซอร์จัดการเส้นเลือด) ความยาวคลื่น 532 nm (Green Laser) ที่ดีที่สุดในการจับเส้นเลือด ในการรักษาฝ้า Derma V ไม่ได้ทำหน้าที่ "ระเบิดเม็ดสี" เหมือน Pico แต่มันทำหน้าที่ "ทำลายท่อน้ำเลี้ยง" ของฝ้า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฝ้าไม่หายขาด นอกจากเรื่องเส้นเลือด ความยาวคลื่น 1064 nm ในโหมดพลังงานต่ำยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผนังหลอดเลือดและโครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น

    • เหมาะสำหรับ: คนที่เป็น "ฝ้าเลือด" ฝ้าที่มีลักษณะสีน้ำตาลอมแดง หรือฝ้าที่จะเข้มขึ้นทันทีเมื่อเจอความร้อนหรือแสงแดด การเพิ่ม Derma V เข้าไปจะช่วยตัดวงจรการเกิดเม็ดสีใหม่จากเส้นเลือด แก้ปัญหา "ฝ้าดื้อ"

  • Fotona SP Dynamis:

    • จุดเด่น: ใช้เทคนิค Frac3 และ Piano Mode ช่วยลดการอักเสบของผิวและจัดการเส้นเลือดที่ผิดปกติใต้รอยฝ้า ในการรักษาฝ้า Fotona จะไม่ได้เน้นแค่การยิงเม็ดสี แต่เด่นเรื่องการ "ปรับสภาพผิวและฟื้นฟูโครงสร้างผิว" พร้อมช่วยให้ผิวแน่นกระชับ 

3. The Skin Rebuilders & Drug Delivery (กลุ่มฟื้นฟูและผลักยา)

ฝ้าจะหายดีถ้าผิวแข็งแรงและได้รับยารักษาในระดับความลึกที่ถูกต้อง

  • Sylfirm X Plus:

    • จุดเด่น: Dual Wave RF Microneedling ที่ช่วยซ่อมแซม Basement Membrane (รอยต่อชั้นผิว) หากชั้นนี้แข็งแรง เม็ดสีจากชั้นบนจะไม่ตกลงไปชั้นลึก ทำให้ฝ้าไม่ฝังรากลึก ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน เพราะเป็นนวัตกรรมที่ไม่ได้ใช้ "แสงเลเซอร์" แต่ใช้ "คลื่นวิทยุ" ผ่านเข็มขนาดเล็ก (Microneedle) เพื่อรักษาฝ้าที่ต้นเหตุ

  • CureJet:

    • จุดเด่น: นวัตกรรม Needle-free Injection ใช้พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) ยิงตัวยารักษาฝ้า (เช่น Transamin, Gluta, Vitamin C หรือ Skin Boosters อย่าง Juvelook) ให้แตกเป็นอนุภาคระดับไมโครผ่านผิวหนังลงไปได้ลึกถึงชั้นที่ฝ้าอยู่ โดยกระจายตัวยาได้สม่ำเสมอกว่าการใช้มือฉีด

    • CureJet มักถูกใช้เป็นตัวเสริมหลังจากทำเลเซอร์ (เช่น PicoSure Pro) เพื่อส่งตัวยาลดเม็ดสีลงไปในช่องผิวที่เลเซอร์เปิดไว้ ทำให้ผลการรักษาเห็นผลไวขึ้นหลายเท่า

  • Lasemd:

    • จุดเด่น: Lasemd คือ Thulium Laser ไม่ได้เน้นการใช้พลังงานความร้อนสูงเพื่อเผาทำลาย แต่เน้นการสร้าง "ช่องว่างขนาดเล็ก" นับล้านจุด Micro-channels (Cosmeceutical Delivery) ในผิวชั้นบน เพื่อเปิดทางให้ เซรั่มเข้มข้น (เช่น Tranexamic Acid, Vitamin C หรือ Resveratrol) ซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวที่เกิดฝ้าได้โดยตรง แทนที่จะเกาะอยู่แค่ผิวชั้นนอก

    • รักษาฝ้าที่ผิวชั้นบน (Epidermal Melasma): คลื่น 1927 nm ถูกดูดซับด้วยน้ำในผิวได้ดีมาก ทำให้สามารถผลัดเซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติในผิวชั้นตื้นออกได้อย่างนุ่มนวล ช่วยให้หน้าดูสว่างกระจ่างใสขึ้นทันทีหลังสะเก็ดหลุด

4. The Recovery & Support (กลุ่มลดการอักเสบและฟื้นตัว)

  • Healite II:

    • จุดเด่น: แสงบำบัดความเข้มข้นสูง (LED) ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิว ลดอาการแดงหลังเลเซอร์ และยับยั้งการผลิตเมลานินจากการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation)

รักษาฝ้าที่ไหนดี? ทำไมต้องทำเลเซอร์ที่ Kritthada Clinic

หากคุณกำลังค้นหาว่า "เลเซอร์ฝ้าที่ไหนดี" ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาไม่ใช่แค่เรื่อง "ราคา" หรือ "ชื่อเครื่อง" แต่คือ "ประสบการณ์ของแพทย์ในการผสมผสานเทคโนโลยี" เพราะฝ้าแต่ละชนิดต้องการการรักษาที่ไม่เหมือนกัน

นี่คือเหตุผลว่าทำไม Kritthada Clinic จึงเป็นคำตอบที่แตกต่างและเป็นผู้นำด้านการรักษาฝ้าอย่างยั่งยืน

1. ครบครันด้วยเทคโนโลยีระดับโลก (The Most Advanced Technology)

  • เราไม่ได้มีเลเซอร์เพียงแค่เครื่องเดียวแล้วรักษาทุกเคส แต่เรามีนวัตกรรมระดับ Gold Standard ถึง 12 ชนิด เพื่อจัดการฝ้าได้ในทุกระดับชั้นผิว

  • สลายเม็ดสีแม่นยำ: ด้วย Picosure Pro (หัวเลเซอร์ 755nm ที่จับเม็ดสีได้ดีที่สุด) และ Picoplus/Picov ที่ช่วยให้ฝ้าจางลงไวโดยไม่ทำให้ผิวไหม้

  • จัดการฝ้าเลือด: เราใช้ Derma V และ Fotona SP Dynamis เพื่อทำลายเส้นเลือดที่ผิดปกติซึ่งเป็นต้นเหตุให้ฝ้ากลับมาเป็นซ้ำ

  • ซ่อมแซมโครงสร้างผิว: ใช้ Sylfirm X Plus ซ่อมรอยต่อชั้นผิวให้แข็งแรง ป้องกันเม็ดสีตกลงไปชั้นลึก (ฝ้าดื้อยา)

2. หลักการ "Combination Therapy" (เลเซอร์ควบคู่กับยา)

  • ฝ้า (Melasma) มีความซับซ้อนมากกว่าที่คุณคิด เพราะมันไม่ได้อยู่แค่บนผิวชั้นนอก ที่ Kritthada Clinic เราจึงใช้หลักการ "Combination Laser Treatment" เพื่อรักษาให้ครบทุกมิติในโปรแกรมเดียว

  • จุดแข็งที่ทำให้ Kritthada Clinic โดดเด่นคือการไม่พึ่งพาเพียงเลเซอร์อย่างเดียว เพราะเลเซอร์ทำหน้าที่ "กำจัด" สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ "การใช้ยา" จะช่วย "ยับยั้ง" การเกิดใหม่ 

  • เรารวมการทำเลเซอร์เข้ากับการใช้ยาทา ยากิน และนวัตกรรม CureJet (การผลักยาเข้าสู่ชั้นผิวลึกโดยไม่ใช้เข็ม) เพื่อให้ตัวยาไปหยุดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีได้อย่างตรงจุดที่สุด

3. การรักษาแบบ Personalized (ออกแบบเฉพาะบุคคล)

  • Customized Plan: ออกแบบการรักษาให้เหมาะกับประเภทฝ้าของคนไข้แต่ละราย (Personalized Treatment)

  • สภาพผิวและประเภทของฝ้า (ฝ้าตื้น, ฝ้าลึก, ฝ้าผสม หรือฝ้าเลือด) ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ที่นี่เรามีการวิเคราะห์ผิวอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อเลือกใช้เครื่องมือและระดับพลังงานที่เหมาะสมกับคนไข้รายนั้นๆ ไม่ใช่โปรแกรมแบบ One-size-fits-all

  • ไม่ต้องไปหลายที่เพื่อลองผิดลองถูก ที่ Kritthada Clinic เรารวมเครื่องมือมาตรฐานระดับโลกไว้ครบถ้วน

4. เน้นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ผิวไม่บาง ไม่เบิร์น

  • หลายคนกังวลว่าเลเซอร์ฝ้าแล้วหน้าจะบางหรือไวต่อแดด ที่ Kritthada Clinic เราคัดสรรเครื่องมือกลุ่ม Non-ablative และเครื่องส่งเสริมการฟื้นฟูผิวอย่าง Healite II เพื่อช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นหลังทำ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ฝ้าจางลง แต่ผิวโดยรวมจะดูมีสุขภาพดีและกระจ่างใสขึ้นด้วย

5. ความเชื่อมั่นและประสบการณ์

  • ด้วยรีวิวจากผู้ใช้จริงและประสบการณ์การดูแลคนไข้ที่มีปัญหาฝ้าดื้อยา ฝ้าเรื้อรัง มาอย่างยาวนาน ทำให้เราเข้าใจอินไซต์ของคนเป็นฝ้าว่าต้องการความมั่นใจและการดูแลที่เห็นผลจริงในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

รีวิวรักษาฝ้า ด้วยเลเซอร์ควบคู่กับยาที่ Kritthada Clinic

รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser ที่ Kritthada Clinic
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser
รีวิว รักษาฝ้า Picosure pro laser
Picosure รักษาฝ้า รีวิว
FIND US
 
สาขา Little Walk บางนาตราด
ติดกับ รพ.ไทยนครินทร์  
769 ห้อง A4 อาคาร Little walk บางนา ถนน บางนา-ตราด เขตบางนา แขวบางนา กรุงเทพมหานคร

098-271-7778

LINE@: @kritthadaclinic

kritthadaclinic@gmail.com

OPENING HOURS
LITTLE WALK บางนา
วันจันทร์ - วันอาทิตย์ 11:30 - 20:30น.
ปิดทุกวันพฤหัสบดี

FOLLOW US

  • line-logo-2-300x300
  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon
bottom of page