top of page

PicoSure Pro 755 nm อัปเดตปี 2026: เลิกเชื่อคำว่า "ยิ่งแรง ยิ่งดี"

  • รูปภาพนักเขียน: นพ. กฤษณ์ บูรณโยชน์กุล
    นพ. กฤษณ์ บูรณโยชน์กุล
  • 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 4 นาที

ถ้าถามว่าเทรนด์การทำ เลเซอร์ Pico (PicoSure และ PicoSure Pro) ในปี 2026 เปลี่ยนไปอย่างไร? คำตอบที่สำคัญที่สุดในทางการแพทย์ ไม่ใช่การแข่งกัน "ยิงให้แรงขึ้น" หรือ "ทำบ่อยๆ" อีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญของการรักษาที่ปลอดภัยและเห็นผลจริง คือ:

  • วินิจฉัยผิวให้แม่นยำ: ต้องรู้ลึกถึงสาเหตุของปัญหาผิวก่อนเริ่มยิง

  • เลือกหัวเลเซอร์ให้ตรงจุด: ประยุกต์ใช้หัวเลนส์ให้เหมาะกับรอยโรค

  • ใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น: ไม่ยิงแรงเกินไปจนทำร้ายเกราะป้องกันผิว

  • มีแผนดูแลระยะยาว: เลเซอร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลผิวอย่างยั่งยืน

PicoSure Pro (ความยาวคลื่น 755 nm) โดดเด่นมากในการจับเม็ดสีเมลานิน และสามารถสลับหัวเลนส์เพื่อดูแลทั้งเรื่องเม็ดสีและคุณภาพผิว (งานผิว) ได้ในเครื่องเดียว แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ "Pico Laser ไม่ใช่ยาวิเศษ" และเครื่อง PicoSure Pro ก็อาจไม่ใช่คำตอบเดียวที่แก้ปัญหา ฝ้า กระลึก รอยดำ หรือหลุมสิว ได้สำหรับคนไข้ทุกคนเสมอไป

บทความนี้จะมาสรุปแบบเจาะลึก ทั้งกลไกการทำงาน จุดเด่น ข้อจำกัด พร้อมอัปเดตความรู้ใหม่ปี 2026 เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีรักษาผิวหน้าได้อย่างมีเหตุผล และตรงกับสภาพผิวของคุณจริงๆ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว


แพทย์อัปเดตเทรนด์เลเซอร์ PicoSure Pro ปี 2026 รักษาฝ้า กระลึก รอยดำ ที่กริตธาดาคลินิก บางนา
คำตอบสั้น: PicoSure Pro 755 nm เด่นในการดูแลเม็ดสีบางชนิด เช่น กระตื้น กระแดด กระลึกหรือ Hori's nevus และปานเม็ดสีบางประเภท ส่วนหัว Platinum Focus ใช้เพื่อปรับผิว รูขุมขน ริ้วรอยและหลุมสิวได้ สำหรับ “ฝ้า” งานวิจัยปี 2026 ย้ำว่าเลเซอร์ไม่ใช่การรักษาหลักในทุกคน และควรใช้ในเคสที่คัดเลือกแล้วร่วมกับการกันแดด ยาทา การดูแล skin barrier และแผนป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

สารบัญ


แบนเนอร์อัปเดตความรู้เลเซอร์ PicoSure Pro 755 nm และเทรนด์เลเซอร์ปี 2026 แนวคิด Combination Laser โดย นพ.กฤษณ์ บูรณโยธกุล กริตธาดาคลินิก

หลายคนอาจสงสัยว่ามีคำว่า "Pro" แล้วต่างจากเดิมแค่ไหน? อธิบายง่ายๆ คือ PicoSure เป็นเลเซอร์ Picosecond รุ่นแรกๆ ของโลกที่ใช้ความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร ส่วน PicoSure Pro คือรุ่นที่ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมา โดยยังคงจุดเด่นของคลื่น 755 nm ไว้ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ "ความยืดหยุ่น" ในการปรับระดับพลังงาน ขนาดของลำแสง และมีหัวเลนส์พิเศษอย่าง Platinum Focus Lens สำหรับฟื้นฟูงานผิวโดยเฉพาะ

แต่สำหรับคนไข้แล้ว ความแตกต่างที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่คำว่า "Pro" แต่อยู่ที่ "การตัดสินใจของแพทย์" ว่าในวันนั้นควรใช้เทคนิคไหน:

  • ใช้หัว Flat Lens (Full-beam): เมื่อต้องการมุ่งเป้าทำลายเม็ดสีเฉพาะจุด

  • ใช้หัว Platinum Focus Lens: เมื่อต้องการสร้างจุดพลังงานเล็กๆ ใต้ผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและปรับโครงสร้างผิวใหม่

  • การตั้งค่าเครื่อง: แพทย์ต้องปรับขนาดพลังงานและจำนวนรอบการยิง ให้พอดีกับสีผิวและการตอบสนองของแต่ละคน


ภาพจำลองกลไกการทำงานเลเซอร์ PicoSure Pro แสดงการเกิด LIOB ใต้ชั้นผิวด้วยหัว Platinum Focus Lens เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน และหัว Flat Lens สำหรับสลายเม็ดสี
เจาะลึกกลไก PicoSure Pro: หัว Platinum Focus Lens และ หัว Flat Lens

ทำไมความยาวคลื่น "755 nm" ถึงเหมาะกับการรักษาเม็ดสี?

ในวงการแพทย์ คลื่น 755 nm ถือเป็น "จุดสมดุลที่ดีมาก" เพราะ:

  1. จับเม็ดสีได้ดีกว่า: เมลานินดูดซับคลื่น 755 nm ได้ดีกว่าคลื่น 1064 nm

  2. ลงลึกกำลังดี: คลื่น 755 nm สามารถส่งพลังงานลงลึกได้มากกว่าคลื่น 532 nm

ด้วยเหตุผลนี้ คลื่น 755 nm จึงถูกนำมาใช้จัดการปัญหาผิวได้ครอบคลุม ทั้งกระแดด (ชั้นตื้น), กระลึก / ปานโอตะ (ชั้นลึก) ไปจนถึงรอยสักสีเข้ม (ดำ, น้ำเงิน, เขียว)

⚠️ ข้อควรระวัง (ที่คลินิกมาตรฐานต้องบอกคุณ): แม้จะจับเม็ดสีได้ดี แต่คนเอเชียมีเม็ดสีเมลานินตามธรรมชาติเยอะ หากแพทย์ประเมินผิวผิด พลังงานสูงเกินไป ทำถี่เกินไป หรือยิงซ้ำบริเวณที่ผิวยังอักเสบ อาจทำให้เกิด รอยดำหลังทำเลเซอร์ (PIH) หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอได้ ความปลอดภัยจึงต้องมาพร้อมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอครับ


Picosecond สลายเม็ดสีด้วย “แรงสั่นสะเทือน” ไม่ใช้ความร้อน จริงหรือไม่?

อธิบายให้เห็นภาพชัดๆ คือ เลเซอร์ Picosecond จะปล่อยพลังงานด้วยความเร็วสูงมากในระดับ "หนึ่งในล้านล้านวินาที" ทำให้เกิดผลกระทบเชิงกล (Photoacoustic / Photomechanical) ซึ่งเปรียบเสมือน การใช้แรงสั่นสะเทือนกระแทกเม็ดสีให้แตกกระจายละเอียดเป็นเม็ดทราย เพื่อให้ร่างกายขับออกไปเอง โดยมีความร้อนสะสมไปที่เนื้อเยื่อรอบๆ "น้อยกว่า" เลเซอร์รุ่นเก่าๆ

แต่คำว่า "น้อยกว่า" ไม่ได้แปลว่า "ไม่มีความร้อนเลย" บางคลินิกอาจโฆษณาว่าไม่มีความร้อน ไม่มีทางอักเสบ ซึ่งไม่เป็นความจริงทั้งหมดครับ เพราะผลลัพธ์บนผิวยังขึ้นอยู่กับพลังงานที่ใช้ และความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ข้อมูลอัปเดตปี 2026 ยังคงพบว่า อาจมีอาการหน้าแดงชั่วคราวหลังทำ Pico แบบ Fractional ได้ ดังนั้น การดูแลและฟื้นฟูผิวหลังทำเลเซอร์ จึงยังคงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


เทรนด์ PicoSure Pro ปี 2026: 5 เรื่องที่เปลี่ยนจากการทำ Pico แบบเดิม

ในปี 2026 หลักการทำเลเซอร์ Pico ได้เปลี่ยนไปแล้ว คลินิกที่ได้มาตรฐานจะไม่เน้นแค่คำว่า "ยิงแรง" หรือ "ยิงถี่" อีกต่อไป แต่จะเน้นเรื่องความปลอดภัยและการดูแลผิวระยะยาว นี่คือ 5 เทรนด์สำคัญที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ PicoSure Pro

เทรนด์ที่ 1: ต้องแยกให้ชัวร์ว่าผิวเป็น "ฝ้า กระ หรือรอยดำ" ก่อนเริ่มยิง

รอยสีน้ำตาลบนใบหน้ามองเผินๆ อาจดูคล้ายกัน แต่ความลึกของเม็ดสีและวิธีรักษาต่างกันอย่างสิ้นเชิง การให้แพทย์ประเมินผิวอย่างละเอียด (Diagnosis-first) จึงสำคัญมาก:

  • กระตื้น/กระแดด (freckles, solar lentigines): เม็ดสีอยู่ชั้นตื้น เลเซอร์สามารถจัดการให้จางลงได้ชัดเจน

  • กระลึกหรือ Hori's nevus: เม็ดสีอยู่ในชั้นหนังแท้ ต้องใช้เวลาและวางแผนทำหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง

  • ฝ้า: เป็นโรคเม็ดสีเรื้อรังที่ไวต่อแสง ฮอร์โมน และความร้อน ไม่สามารถยิงให้หายขาดได้ในครั้งเดียว

  • PIH: ต้องรักษาสิวให้หายอักเสบก่อน หากรีบยิงเลเซอร์ทั้งที่ผิวยังอักเสบ อาจทำให้เกิดรอยดำใหม่

  • ปานโอตะหรือรอยโรคเม็ดสีอื่น: ควรได้รับการตรวจแยกโรคโดยแพทย์ก่อนเริ่มเลเซอร์

เทรนด์ที่ 2: ฝ้าใช้ “แผนผสมผสาน” ไม่ใช่ laser-only

แนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดในปี 2026 ในการรักษาฝ้า คือการไม่พึ่งพาเครื่อง PicoSure Pro เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำควบคู่ไปกับ:

  1. หาตัวการกระตุ้นฝ้า เช่น แสงแดด ความร้อน ฮอร์โมน หรือสกินแคร์ที่แพ้ แล้วหลีกเลี่ยง

  2. ทากันแดดให้ถึง ต้องครอบคลุมทั้งรังสี UVA/UVB และแสงสีฟ้า (Visible light)

  3. ใช้ยาทาหรือยารับประทาน ตามที่แพทย์สั่งเพื่อควบคุมเม็ดสี

  4. ใช้ PicoSure Pro ในจังหวะที่เหมาะสม ไม่ยิงอัดพลังงานรุนแรงเกินไป

  5. มีแผนดูแลระยะยาว (Maintenance plan) เพราะฝ้ามีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เสมอ

เทรนด์ที่ 3: Treat the skin, not just the spot

เป้าหมายใหม่ของ PicoSure Pro ไม่ใช่แค่การลบจุดด่างดำ แต่ต้องทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นด้วย งานวิจัยล่าสุดในปี 2026 ในกลุ่มคนไข้ชาวเอเชียพบว่า การใช้หัวเลนส์ฟื้นฟูผิว (755 nm DLA) ช่วยกระชับรูขุมขน ลดรอยดำ และเพิ่มความชุ่มชื้นได้จริง ยิ่งถ้าใช้ร่วมกับสกินแคร์เสริมเกราะป้องกันผิว จะยิ่งช่วยลดริ้วรอยและทำให้ผิวเรียบเนียน (Texture) ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เทรนด์ที่ 4: Combination treatment แบบมีเหตุผล

ใบหน้าของคนเรามักไม่ได้มีปัญหาเดียว บางคนมีทั้งรอยดำ รูขุมขนกว้าง และรอยแดงจากเส้นเลือด งานวิจัยปลายปี 2025 ยืนยันว่า การใช้ PicoSure Pro คู่กับเลเซอร์ชนิดอื่นที่ทำงานคนละชั้นผิว (เช่น โปรแกรม PicoSure Pro + Derma V หรือ Pico V ของทางคลินิก) จะให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวที่ครอบคลุมและดีกว่าการใช้เครื่องเดียว เพราะเป็นการนำจุดแข็งของแต่ละเทคโนโลยีมาช่วยกัน

เทรนด์ที่ 5: วัดผลแบบเป็นระบบและเว้นช่วงอย่่่างเหมาะสม

การยิงเลเซอร์พลังงานสูงๆ หรือทำบ่อยเกินไป ไม่ใช่ผลดีต่อผิว ในปี 2026 แพทย์จะเน้น "การเว้นระยะห่างที่เหมาะสม" เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมทั้งมีการถ่ายภาพเปรียบเทียบผลลัพธ์ (ตามมาตรฐานแสงและมุมเดิม) เพื่อวัดผลอย่างเป็นระบบ และติดตามผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด


PicoSure Pro 755 nm เหมาะกับปัญหาอะไร? สรุปตามหลักฐาน

ปัญหาผิว

บทบาทของ 755 nm

ข้อควรรู้ก่อนทำ

คลื่น 755 nm เก่งมากในการจับเม็ดสีเมลานินที่อยู่ชั้นตื้น จึงสลายรอยคล้ำจากแดดได้ตรงจุด

หลังทำอาจมีสะเก็ดบางๆ หรือสีผิวเข้มขึ้นชั่วคราวแล้วจะค่อยๆ หลุดลอกไปเอง ทั้งนี้ แพทย์ต้องตรวจดูก่อนว่ารอยนั้นไม่ใช่ "ไฝ" หรือความผิดปกติอื่น

พลังงานสามารถส่งผ่านลงไปสลายก้อนเม็ดสีที่ฝังอยู่ในชั้นหนังแท้ (ชั้นลึก) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาชั้นลึกต้องใช้เวลา ไม่สามารถหายได้ในครั้งเดียว (จางลงแบบค่อยเป็นค่อยไป) และอาจมีอาการผิวแดงหรือสีเข้มขึ้นชั่วคราวหลังยิง


ช่วยสลายเม็ดสีฝ้าที่ดื้อยา หรือใช้เป็นตัวช่วยเสริมเมื่อการทายาเริ่มไม่ค่อยเห็นผล

เลเซอร์ไม่ใช่ทางเลือกแรกและไม่สามารถรักษาฝ้าให้หายขาดได้ 100% ต้องทำควบคู่กับการทากันแดดและเลี่ยงความร้อน หากใช้พลังงานไม่เหมาะสมอาจทำให้ฝ้าเข้มขึ้น (PIH) จึงต้องดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ช่วยทำลายเม็ดสีที่เกิดจากการอักเสบของสิวให้แตกตัว ทำให้รอยดำจางไวขึ้นกว่าการทาครีมปกติ

ข้อสำคัญคือ "ควรรักษาสิวก่อน หรือทำควบคู่ไปด้วย" หากผิวเปราะบาง อาจทำให้ระคายเคืองและเกิดรอยดำใหม่ซ้ำซ้อน

การใช้หัว Platinum Focus Lens จะช่วยสร้างช่องว่างเล็กๆ ใต้ผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้รูขุมขนกระชับ หลุมสิวตื้นขึ้น โดยที่หน้าไม่เป็นแผลเลือดสาด

หลุมสิวแต่ละประเภทตอบสนองไม่เหมือนกัน หากเป็นหลุมลึกมาก แพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกับการตัดพังผืด (Subcision) หรือเครื่องมืออื่นเพิ่มเติม CureJet Subcision / RF Microneedle / Fractional Laser

ริ้วรอยเล็กและ photoaging

คอลลาเจนและอีลาสตินที่ถูกกระตุ้นใหม่ จะช่วยให้ผิวฟู ดูเนียนละเอียด และลดริ้วรอยเล็กๆ ให้ดูจางลง

ช่วยเรื่องงานผิวและริ้วรอยตื้นได้ดี แต่ไม่สามารถทดแทนเครื่องกลุ่มยกกระชับชั้นลึกได้ หากปัญหาหลักคือหน้าหย่อนคล้อย

รอยสักสีดำ น้ำเงิน เขียว

คลื่น 755 nm เป็นความยาวคลื่นที่จับกับหมึกสีเข้มกลุ่มนี้ได้ดีที่สุดในบรรดาเลเซอร์ทั้งหมด

ไม่เหมาะกับการลบรอยสักสีโทนร้อน (แดง เหลือง ส้ม) ซึ่งต้องใช้คลื่นความยาวอื่นแทน และต้องประเมินจำนวนครั้งตามความลึกของหมึก

เลเซอร์ PicoSure Pro แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง? (อ้างอิงจากผลลัพธ์จริง)

หลายคนอาจสงสัยว่า PicoSure Pro ดีจริงตามรีวิวหรือไม่? ในทางการแพทย์ เรามีข้อมูลและงานวิจัยรองรับผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อให้คนไข้ตั้งความหวังได้อย่างถูกต้องครับ

1. ปัญหากระลึก และ ปานโอตะ (ในผิวคนเอเชีย)

ข้อมูลจากการรักษาในสิงคโปร์พบว่า เลเซอร์คลื่น 755 nm ช่วยให้กระลึกและปานโอตะจางลงได้จริง แต่ "ไม่สามารถทำครั้งเดียวจบได้"

  • ปานโอตะ: อาจใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2-3 ครั้ง

  • กระลึก (Hori's nevus): อาจต้องใช้เวลาเฉลี่ย 3-4 ครั้งขึ้นไป

  • ข้อควรรู้: หลังทำอาจมีรอยแดงหรือสีผิวเข้มขึ้นชั่วคราว แต่สุดท้ายจะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ การรักษาเม็ดสีชั้นลึกต้องอาศัยความต่อเนื่องและไม่ใจร้อนครับ

  • ดูรีวิว รักษากระลึก PicoSure Pro หรือเลเซอร์อื่นๆได้ที่นี่

2. หลุมสิว และ คนที่มีผิวสีเข้มคล้ำ

หลายคนกังวลว่าผิวคล้ำทำเลเซอร์แล้วหน้าจะดำ งานวิจัยล่าสุดในปี 2025 ยืนยันว่า การใช้ PicoSure Pro (หัว Fractional) สามารถช่วยรักษาหลุมสิวในคนผิวสีเข้มได้อย่างปลอดภัย หากปรับค่าพลังงานโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ทั้งนี้ หลุมสิวแต่ละแบบ (Ice-pick, Rolling, Boxcar) มีวิธีรักษาต่างกัน แพทย์อาจต้องใช้เลเซอร์ควบคู่กับการตัดพังผืด (Subcision) หรือเครื่องมืออื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


"ทำได้ แต่ไม่ควรยิงเลเซอร์เพียงเพราะเห็นว่าเป็นฝ้า" ฝ้าเป็นโรคเรื้อรังที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น ก่อนทำเลเซอร์ แพทย์จะต้องประเมินผิวอย่างน้อย 5 ข้อนี้ก่อนเสมอ:

  1. รอยนั้นคือ "ฝ้า" จริงๆ หรือเป็นแค่กระลึก รอยดำ หรือเป็นหลายอย่างรวมกัน?

  2. ผิวหน้าตอนนี้กำลังแดง แสบ ลอก หรืออ่อนแออยู่หรือไม่?

  3. เคยยิงเลเซอร์มาถี่เกินไปจนเกิดรอยด่างขาว หรือรอยดำคล้ำกว่าเดิม (Rebound) ไหม?

  4. ยังมีพฤติกรรมกระตุ้นฝ้าอยู่ไหม? (เช่น ตากแดดจัด โดนความร้อน ใช้ครีมที่ระคายเคือง)

  5. คนไข้มีวินัยในการทายา ทากันแดด และดูแลตัวเองระยะยาวหรือไม่?

เป้าหมายของการรักษาฝ้าที่ถูกต้อง: ไม่ใช่การรับประกันว่า "ฝ้าจะหายขาด 100% และไม่กลับมาอีก" แต่คือการทำให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้น ฝ้าจางลง และยืดเวลาไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้นอีก


ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคน เพราะปัญหาผิวต่างกัน:

  • กระตื้น: อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก (หลังสะเก็ดหลุด)

  • กระลึก ปานโอตะ หลุมสิว: มักต้องทำมากกว่า 1 ครั้ง โดยแพทย์จะประเมินผลลัพธ์เป็นระยะ

  • ฝ้า: ต้องดูผลลัพธ์ควบคู่ไปกับการทายาและกันแดด ไม่ควรโฟกัสแค่จำนวนครั้งที่ยิง


หลังทำต้องพักหน้าไหม? (Downtime)

ขึ้นอยู่กับโปรแกรมและปัญหาผิวครับ:

  • ยิงปรับงานผิว (Focus Lens แบบเบา): อาจแค่หน้าแดงหรืออุ่นๆ เล็กน้อย สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย

  • ยิงเน้นจุดด่างดำ/เม็ดสี: อาจมีสะเก็ดบางๆ สีผิวเข้มขึ้นชั่วคราว หรือมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งต้องหลบแดดและดูแลเป็นพิเศษ


การดูแลก่อนและหลังทำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงรอยดำ PIH

ก่อนทำเลเซอร์:

  • แจ้งประวัติการแพ้ยา ยาที่กินประจำ โรคประจำตัว และประวัติการทำหน้าล่าสุดให้แพทย์ทราบ

  • งดการตากแดดจัด หรือสครับหน้าจนผิวระคายเคือง

  • หากมีสกินแคร์ที่ใช้อยู่ ให้นำมาปรึกษาแพทย์ ไม่ควรหยุดยาเองทั้งหมด

หลังทำเลเซอร์:

  • ล้างหน้าและทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน

  • สำคัญมาก: ทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ กางร่ม ใส่หมวก หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด

  • ห้ามแกะ เกา หรือถูบริเวณที่มีสะเก็ดเด็ดขาด

  • งดสกินแคร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว (กรด, เรตินอยด์, สครับ) จนกว่าผิวจะหายแดง

  • หากมีตุ่มน้ำ แสบแดงมาก หรือสีผิวผิดปกติ ให้รีบติดต่อคลินิกทันที


PicoSure Pro 755 nm กับ Pico 1064 nm แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีคลื่นไหน "ดีที่สุดสำหรับทุกคน":

  • 755 nm (PicoSure Pro): จับเม็ดสีได้ดีเยี่ยม เก่งเรื่องกระแดด กระลึก และงานผิว

  • 1064 nm: ลงได้ลึกกว่าและปลอดภัยสูงในคนผิวเข้มจัด ดังนั้น แพทย์จะเลือกเครื่องมือจาก "ปัญหาผิวของคุณ" ไม่ใช่เลือกจากเครื่องที่กำลังเป็นกระแส


ทำไมการทำโดยแพทย์จึงสำคัญกว่าการเลือกโปรโมชัน?

เครื่องเดียวกันสามารถให้ผลต่างกันได้จากการเลือกหัว spot size, fluence, pulse mode, repetition rate, overlap, จำนวน pass, endpoint และช่วงห่างของแต่ละครั้ง การประเมินว่าเมื่อไรควรเพิ่ม ลด หยุด หรือเปลี่ยนเครื่อง เป็นส่วนสำคัญของความปลอดภัย

PicoSure Pro ทำที่ไหน Kritthada Clinic

ทำ PicoSure Pro ที่ไหนดี? 6 เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ

ก่อนซื้อคอร์ส แนะนำให้ตรวจสอบคลินิกตามนี้ครับ:

  1. มีแพทย์เป็นผู้ตรวจประเมินผิวและแยกชนิดเม็ดสีก่อนทำหรือไม่?

  2. ใครเป็นคนยิงเลเซอร์และปรับค่าพลังงาน? (ควรเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ)

  3. มีหัวเลเซอร์หรือเครื่องมือหลากหลาย เพื่อปรับให้เข้ากับปัญหาผิวหรือไม่?

  4. มีภาพรีวิว ก่อน-หลัง ที่ถ่ายในมุมและแสงที่ได้มาตรฐานหรือไม่?

  5. แพทย์อธิบายความเสี่ยงและผลข้างเคียง (เช่น รอยดำ รอยด่างขาว) อย่างตรงไปตรงมาไหม?

  6. มีการวางแผนดูแลผิวด้วยยาทาและกันแดด ควบคู่กับการเลเซอร์หรือไม่?


Kritthada Clinic ที่ Little Walk บางนา เป็นคลินิกเลเซอร์และความงามที่เน้นการประเมินปัญหาผิวและทำหัตถการโดยแพทย์ ทุกเคสควรเริ่มจากการวินิจฉัยว่าเป็นฝ้า กระตื้น กระลึก รอยดำ หรือปัญหาหลายชนิดร่วมกัน จากนั้นจึงเลือก Flat Lens, Platinum Focus Lens หรือเทคโนโลยีอื่นให้เหมาะกับเป้าหมาย แทนการใช้ชื่อโปรแกรมเดียวกับทุกผิว

จุดนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลเม็ดสีหรือคุณภาพผิวแบบมีแผนระยะยาว ต้องการทราบข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ และต้องการติดตามผลกับแพทย์คนเดิม


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PicoSure Pro

Q: PicoSure Pro ทำให้หน้าบางไหม?

  • A: ตัวเลเซอร์ไม่ได้ทำให้หน้าบาง แต่การยิงด้วยพลังงานที่ผิด หรือทำถี่เกินไปโดยไม่พักผิวต่างหาก ที่ทำให้เกราะป้องกันผิวพังและเกิดรอยดำได้

  • A: ไม่มียารักษาฝ้าหรือเครื่องเลเซอร์ไหนที่ "ดีที่สุดสำหรับทุกคน" ข้อมูลอัปเดตทางการแพทย์ปี 2026 แนะนำให้ใช้ การทากันแดดและยาทาเป็นรากฐานสำคัญ ส่วนเลเซอร์ PicoSure Pro จะถูกนำมาใช้เป็นตัวช่วยเสริมอย่างระมัดระวัง ในเคสที่ฝ้าดื้อยา หรือทายาแล้วไม่ค่อยเห็นผล ดังนั้น "การวินิจฉัยผิวโดยแพทย์ และการวางแผนรักษาแบบผสมผสาน (Combination Plan)" จึงสำคัญกว่าการพึ่งพาแค่ชื่อเครื่องเลเซอร์เพียงอย่างเดียว

Q: PicoSure Pro รักษากระลึก (Hori's nevus) ได้ไหม?

  • A: ทำได้และมีงานวิจัยรองรับครับ คลื่น 755 nm Picosecond สามารถจัดการเม็ดสีชั้นลึกในผิวคนเอเชียได้ดีมาก แต่ข้อควรรู้คือ "ไม่สามารถยิงให้หายขาดได้ในครั้งเดียว" ผลลัพธ์และจำนวนครั้งที่ต้องทำ จะขึ้นอยู่กับความลึกของกระ ความหนาแน่นของเม็ดสี และการปรับตั้งค่าพลังงานของแพทย์

Q: ทำ PicoSure Pro แล้วรอยเข้มขึ้นผิดปกติหรือไม่?

  • A: อาการรอยเข้มขึ้นชั่วคราว หรือมีสะเก็ดบางๆ ถือเป็น "ปฏิกิริยาปกติ" ของการรักษาเม็ดสีชั้นตื้น ซึ่งจะค่อยๆ จางและหลุดลอกไปเอง แต่ข้อควรระวังคือ: หากรอยเข้มนั้นลามกว้างขึ้น แสบแดงนานกว่าที่ควรจะเป็น หรือสีผิวเปลี่ยนไปจากที่แพทย์แจ้งไว้ แนะนำให้รีบติดต่อคลินิกทันที เพื่อให้แพทย์ประเมินว่านั่นคือรอยดำจากการอักเสบ (PIH) หรือไม่ จะได้ดูแลได้อย่างทันท่วงที

Q: คนผิวสีเข้ม (คล้ำ) สามารถทำเลเซอร์ PicoSure Pro ได้ไหม?

  • A: ทำได้ในหลายข้อบ่งใช้เมื่อเลือกพารามิเตอร์เหมาะสม มีงานวิจัยใน Fitzpatrick skin type V-VI ด้านหลุมสิวด้วย fractional 755 nm แต่ความเสี่ยง dyspigmentation ไม่เป็นศูนย์ และข้อบ่งใช้ของแต่ละหัวเลนส์อาจต่างกัน จึงต้องประเมินรายบุคคล

Q: PicoSure Pro ช่วยรูขุมขนจริงไหม?

  • A: ช่วยได้จริงครับ หัว Platinum Focus จะเข้าไปปรับโครงสร้างผิวใหม่ แต่ถ้าปัญหาเกิดจากความมันหรือสิวอุดตัน ต้องรักษาสาเหตุนั้นร่วมด้วย

Q: พรุ่งนี้มีงานสำคัญ วันนี้ทำ PicoSure Pro ได้ไหม?

  • A: หากเป็นการปรับผิวเบาๆ สามารถทำได้ แต่ไม่มีใครการันตีได้ 100% ว่าหน้าจะไม่แดงเลย ดังนั้นควรเผื่อเวลาพักผิวล่วงหน้าจะปลอดภัยที่สุด


สรุป: PicoSure Pro ที่ดีในปี 2026 ไม่ใช่แค่เครื่องใหม่ แต่คือการเลือกใช้ให้ถูกคน

PicoSure Pro 755 nm เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทชัดในเม็ดสีหลายชนิด และหัว Platinum Focus ช่วยขยายการใช้งานไปสู่หลุมสิว รูขุมขน ริ้วรอยและคุณภาพผิว จุดเด่นคือ pulse ที่สั้นและผลเชิง photomechanical ที่เด่น แต่ไม่ใช่เครื่องที่เหมาะกับทุกปัญหาหรือทุกจังหวะของผิว

ความรู้ใหม่ปี 2026 ย้ำ 4 หลักสำคัญ

  • วินิจฉัยชนิดเม็ดสีและโครงสร้างผิวก่อนเลือกเลเซอร์

  • ฝ้าต้องรักษาแบบองค์รวมและมี maintenance ไม่ใช่ laser-only

  • เลือก Flat Lens หรือ Focus Lens ตามเป้าหมาย ไม่ใช่ทำตามกระแส

  • ปรับพลังงานและเว้นระยะให้พอดี จาก response ของแต่ละคน เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัว 

หากคุณอยู่ในย่าน บางนา ศรีนครินทร์ สมุทรปราการ หรือพื้นที่ใกล้เคียง สามารถนัดคิวเพื่อเข้ามาประเมินปัญหาผิวอย่างละเอียดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Kritthada Clinic (กริตธดาคลินิก) สาขา Little Walk บางนา (ติดโรงพยาบาลไทยนครินทร์) เพื่อวิเคราะห์ว่าผิวของคุณเหมาะกับ PicoSure Pro หรือต้องใช้วิธีอื่นรักษาร่วมด้วย


ติดต่อ Kritthada Clinic

โทร: 098-271-7778

LINE Official: @kritthadaclinic

แผนที่: Little Walk บางนา

เวลาทำการ: 11:30-20:30 น. ปิดทุกวันพฤหัสบดี

หมายเหตุทางการแพทย์: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัย ผลลัพธ์และจำนวนครั้งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หัตถการมีความเสี่ยง ควรรับการประเมินจากแพทย์ก่อนรักษา

ความคิดเห็น


FIND US
 
สาขา Little Walk บางนาตราด
ติดกับ รพ.ไทยนครินทร์  
769 ห้อง A4 อาคาร Little walk บางนา ถนน บางนา-ตราด เขตบางนา แขวงบางนา กรุงเทพมหานคร

098-271-7778

LINE@: @kritthadaclinic

kritthadaclinic@gmail.com

OPENING HOURS
LITTLE WALK บางนา
วันจันทร์ - วันอาทิตย์ 11:30 - 20:30น.
ปิดทุกวันพฤหัสบดี

bottom of page