top of page

Picosecond Laser ต่างจาก Q-Switched อย่างไร? แบบไหนเหมาะกับฝ้า กระ และรอยดำ

รูปภาพนักเขียน: นพ. กฤษณ์ บูรณโยชน์กุล
นพ. กฤษณ์ บูรณโยชน์กุล
30 ก.ค. 2561
ยาว 5 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ย.

หากคุณกำลังประสบปัญหาจุดด่างดำ ฝ้า กระ รอยดำจากสิว หรือต้องการลบรอยสัก ชื่อของเทคโนโลยีเลเซอร์ที่คุ้นหูที่สุดคงหนีไม่พ้น Q-Switched Laser และนวัตกรรมใหม่อย่าง Picosecond Laser แต่หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยว่า เลเซอร์ทั้งสองชนิดแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับปัญหาใด?

บทความนี้ Kritthada Clinic จะพาไปเจาะลึกความแตกต่างแบบจุดต่อจุด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา

คำตอบสั้น ๆ: Picosecond Laser ปล่อยพลังงานในระยะเวลาที่สั้นกว่า Q-Switched Laser จึงเน้นผลเชิงกลต่อเม็ดสีมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลดีกว่า เจ็บน้อยกว่า หรือใช้จำนวนครั้งน้อยกว่าในทุกปัญหา ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของรอย ความยาวคลื่น หัวเลเซอร์ ค่าพลังงาน และสีผิว สำหรับฝ้า งานวิจัยยังไม่ยืนยันว่า Pico เหนือกว่า Q-Switched ในผู้ป่วยทุกคน
เครื่อง PicoSure Pro นวัตกรรม Picosecond Laser ความยาวคลื่น 755nm สำหรับรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ Kritthada Clinic บางนา
Picosecond Laser Kritthada Clinic

5 ข้อแตกต่างสำคัญ Picosecond Laser ต่างจาก Q-Switched Laser อย่างไร?

1. ระยะเวลาพัลส์และรูปแบบการส่งพลังงาน

  • Q-Switched Laser: ปล่อยพลังงานในระดับ nanosecond หรือประมาณหนึ่งในพันล้านวินาที ทำให้เกิดทั้งแรงเชิงกลและความร้อนต่อเม็ดสี

  • Picosecond Laser: ปล่อยพลังงานในระดับ picosecond หรือประมาณหนึ่งในล้านล้านวินาที เมื่อใช้พลังงานเท่ากัน พัลส์ที่สั้นกว่าจะให้กำลังสูงสุดสูงกว่าและเน้นผลเชิงกลหรือ photoacoustic มากขึ้น จึงสามารถทำให้เม็ดสีแตกเป็นอนุภาคขนาดเล็กลงได้

อย่างไรก็ตาม Picosecond Laser ไม่ใช่เลเซอร์ที่ไม่มีความร้อน และผลการรักษายังขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น หัวเลเซอร์ ขนาดจุดยิง และค่าพลังงานร่วมด้วย

2. จำนวนครั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็น Pico เพียงอย่างเดียว

Picosecond Laser อาจกำจัดรอยสักบางสีหรือรักษาปานเม็ดสีบางชนิดได้มีประสิทธิภาพกว่า Q-Switched Laser งานวิจัยในรอยสักและปานโอตะบางฉบับพบว่ารอยจางมากขึ้นหรือใช้จำนวนครั้งน้อยลง แต่ไม่สามารถนำผลดังกล่าวมาใช้กับฝ้า กระ และรอยดำทุกชนิดได้โดยตรงงานวิจัยเปรียบเทียบการลบรอยสัก · งานวิจัยในปานโอตะ

สำหรับฝ้า งานวิจัยที่เปรียบเทียบ Picosecond 1,064 nm กับ Q-Switched 1,064 nm พบว่าทั้งสองวิธีช่วยให้ฝ้าจางลงได้ แต่ยังไม่พบว่า Pico ให้ผลเหนือกว่าอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนครั้งจึงต้องพิจารณาจากการวินิจฉัยและการตอบสนองของแต่ละคนงานวิจัยแบบ split-face ในผู้ป่วยฝ้า

3. ความเจ็บและผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับโหมดและค่าพลังงาน

พัลส์ที่สั้นกว่าของ Pico อาจช่วยลดการกระจายความร้อนรอบเป้าหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเจ็บน้อยกว่าหรือปลอดภัยกว่า Q-Switched ทุกกรณี ความรู้สึกระหว่างทำขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น พลังงาน ขนาด spot จำนวน pass และการใช้หัวแบบ full-beam หรือ fractional

เลเซอร์ทั้งสองชนิดอาจทำให้เกิดรอยแดง บวม รอยดำหลังการอักเสบ รอยด่างขาว หรือฝ้าเข้มขึ้นได้ หากเลือกข้อบ่งชี้หรือตั้งค่าไม่เหมาะสม

4. ระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับวิธีการรักษามากกว่าชื่อเครื่อง

การรักษาแบบ full-beam หรือ low-fluence ของทั้ง Pico และ Q-Switched มักมีระยะพักฟื้นค่อนข้างน้อย แต่การใช้พลังงานสูง การยิงเฉพาะรอย หรือการใช้หัว fractional อาจทำให้เกิดรอยแดง บวม จุดเลือดออก หรือสะเก็ดชั่วคราวได้

จึงไม่ควรสรุปว่า Picosecond Laser พักฟื้นเร็วกว่า Q-Switched เสมอไป ควรถามว่าใช้ความยาวคลื่นใด หัวเลเซอร์แบบใด และคาดว่าจะเกิดปฏิกิริยาหลังทำระดับใด

5. Picosecond แบบ Fractional สามารถช่วยปรับโครงสร้างผิวได้

Picosecond Laser บางรุ่นมีหัว fractional หรือ focus lens ที่สร้างจุดพลังงานความเข้มสูงและทำให้เกิด laser-induced optical breakdown หรือ LIOB ภายในผิว กระบวนการซ่อมแซมหลังการรักษาอาจช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและปรับปัญหารูขุมขน ผิวไม่เรียบ ริ้วรอย หรือหลุมสิวบางชนิดได้

แต่คุณสมบัตินี้ไม่ได้เกิดจากการทำ Pico ทุกโหมด และไม่ควรสรุปว่า Q-Switched ช่วยได้เฉพาะเม็ดสีเท่านั้น เพราะ Q-Switched บางระบบหรือหัว fractional ก็อาจส่งผลต่อคอลลาเจนและผิวสัมผัสได้เช่นกัน งานวิจัยเปรียบเทียบล่าสุดพบว่าทั้ง fractional Pico และ fractional Q-Switched ช่วยเรื่องผิวเสื่อมจากแสงได้ โดยยังไม่พบความแตกต่างของผลลัพธ์ทางคลินิกอย่างชัดเจน แม้ด้าน Pico จะพบการสร้างคอลลาเจนทางจุลพยาธิวิทยามากกว่าและรู้สึกเจ็บกว่าในโปรโตคอลนั้นงานวิจัยเปรียบเทียบ fractional Pico กับ fractional Q-Switched

สรุป

Picosecond Laser มีพัลส์สั้นและเน้นผลเชิงกลต่อเม็ดสีมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลเร็วกว่า เจ็บน้อยกว่า หรือใช้จำนวนครั้งน้อยกว่า Q-Switched ในทุกปัญหา การเลือกเครื่องควรพิจารณาร่วมกันทั้งการวินิจฉัย ความยาวคลื่น หัวเลเซอร์ สีผิว ค่าพลังงาน และประสบการณ์ของแพทย์ผู้รักษา

ตารางนี้เปรียบเทียบในบริบทของ การรักษาฝ้า โดยเฉพาะ ผลต่อกระ จุดแดด ปานโฮริ หรือรอยสักอาจแตกต่างออกไป

ประเด็นเปรียบเทียบ

Picosecond Laser หรือ Pico Laser

Q-Switched Laser

ความหมายต่อการรักษาฝ้า

ระยะเวลาของพัลส์

ปล่อยพลังงานในระดับพิโควินาที หรือ (10^{-12}) วินาที

โดยทั่วไปปล่อยพลังงานในระดับนาโนวินาที หรือ (10^{-9}) วินาที

Pico ปล่อยพลังงานสั้นกว่า แต่ระยะพัลส์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกผลการรักษาหรือความปลอดภัยได้

ความยาวคลื่นที่พบบ่อย

เช่น 755 nm alexandrite และ 1,064/532 nm Nd

พบบ่อยคือ 1,064/532 nm Nd และอาจมี 755 nm alexandrite ในบางระบบ

ต้องเปรียบเทียบทั้งระยะพัลส์และความยาวคลื่น การเปรียบเทียบ Pico 755 nm กับ Q-switched 1,064 nm ไม่ใช่การเปรียบเทียบ “Pico กับ Q-switched” เพียงปัจจัยเดียว

กลไกหลัก

เน้นผลเชิงแรงกลหรือ photoacoustic มากขึ้น ทำให้เม็ดสีแตกเป็นอนุภาคเล็กลง พร้อมเกิดความร้อนบางส่วน

มีทั้งผล photoacoustic และ photothermal ต่อเม็ดสี

Pico ไม่ใช่เลเซอร์ที่ “ไม่มีความร้อน” และยังทำให้เกิดการอักเสบหรือรอยดำหลังทำได้

กำลังสูงสุดของพัลส์

เมื่อใช้พลังงานเท่ากัน พัลส์ที่สั้นกว่าจะให้กำลังสูงสุดสูงกว่า

พัลส์ยาวกว่า จึงมีกำลังสูงสุดต่ำกว่าเมื่อเทียบที่พลังงานเท่ากัน

ไม่ได้แปลว่าควรใช้พลังงานสูงกว่า การตั้งค่า spot size, fluence, repetition rate, จำนวน pass และจุดยุติการรักษายังมีความสำคัญ

การกระจายความร้อนรอบเป้าหมาย

ในทางทฤษฎีสามารถจำกัดการกระจายความร้อนรอบเม็ดสีได้มากกว่า

อาจเกิดการกระจายความร้อนมากกว่าเมื่อใช้ค่าที่เทียบเท่ากัน

ความเสี่ยงจริงยังขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น สีผิว การซ้อนทับของช็อต และประสบการณ์ผู้รักษา

ความลึกและการจับเม็ดสี

ขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น เช่น 755 nm จับเมลานินได้มากกว่า ขณะที่ 1,064 nm ลงลึกกว่า

หลักการเดียวกัน ความลึกไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็น Q-switched เพียงอย่างเดียว

คำว่า “Pico” ไม่ได้หมายความว่าเลเซอร์ทุกเครื่องลงลึกหรือเหมาะกับผิวเข้มเท่ากัน

ความลึกและการจับเม็ดสี

ขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น เช่น 755 nm จับเมลานินได้มากกว่า ขณะที่ 1,064 nm ลงลึกกว่า

หลักการเดียวกัน ความลึกไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็น Q-switched เพียงอย่างเดียว

คำว่า “Pico” ไม่ได้หมายความว่าเลเซอร์ทุกเครื่องลงลึกหรือเหมาะกับผิวเข้มเท่ากัน

ประสิทธิผลเมื่อเปรียบเทียบที่ 1,064 nm

ช่วยลดคะแนนความรุนแรงของฝ้าได้ในผู้ป่วยที่คัดเลือกเหมาะสม

ช่วยลดคะแนนความรุนแรงของฝ้าได้เช่นกัน

งานวิจัยแบบ split-face ในชาวเอเชีย 20 รายพบว่าทั้งสองวิธีดีขึ้น แต่ไม่พบความแตกต่างของ mMASI อย่างมีนัยสำคัญ จึงยังสรุปไม่ได้ว่า Pico เหนือกว่า Hong et al., 2022

ผลของ Pico 755 nm เทียบกับ Q-switched 1,064 nm

งานวิจัยขนาดเล็กบางฉบับพบว่าฝ้าจางเร็วหรือมากกว่า

อาจให้ผลน้อยกว่าในบางโปรโตคอลที่ศึกษา

ต้องแปลผลอย่างระมัดระวัง เพราะเปรียบเทียบทั้งคนละความยาวคลื่นและคนละโปรโตคอล งานวิจัยที่รายงานว่า Pico 755 nm ดีกว่ามีเพียง 12 รายและติดตาม 3 เดือน งานวิจัยปี 2018

ข้อสรุปจากหลักฐานรวม

มีหลักฐานสนับสนุนว่าสามารถช่วยรักษาฝ้าได้ แต่ผลระหว่างงานวิจัยแตกต่างกันมาก

มีงานวิจัยมานานกว่า แต่ผลขึ้นกับโปรโตคอลและมีข้อกังวลเรื่องการทำซ้ำถี่เกินไป

Meta-analysis ที่รวม RCT 6 การศึกษาพบความไม่เป็นเนื้อเดียวกันสูง (I^2=70%) และยังไม่ยืนยันว่า Pico 755 nm เหนือกว่ายาทา Feng et al., 2023

จำนวนครั้งและระยะห่าง

ไม่มีจำนวนครั้งมาตรฐานเดียว บางงานวิจัยทำ 3–5 ครั้ง ห่างกันประมาณ 2–4 สัปดาห์

โปรโตคอล laser toning บางแบบใช้หลายครั้งและระยะห่างสั้นกว่า

จำนวนครั้งจากงานวิจัยไม่ควรนำมาใช้กับทุกคนโดยตรง แพทย์ควรปรับตามการตอบสนองและหยุดหรือเว้นระยะเมื่อเกิดการระคายเคือง

ความเจ็บและระยะพักฟื้น

Full-beam แบบพลังงานต่ำมักพักฟื้นน้อย แต่หัว fractional อาจทำให้แดง บวม หรือมีจุดเลือดออกได้

แบบ low-fluence มักพักฟื้นน้อย ส่วนการยิงพลังงานสูงเฉพาะจุดอาจเกิดสะเก็ดได้

ยังบอกไม่ได้ว่าเครื่องใดเจ็บน้อยกว่าเสมอไป เพราะงานวิจัยให้ผลไม่ตรงกันและใช้หัวเลเซอร์ต่างกัน

รอยดำหลังการอักเสบหรือ PIH

เกิดได้ โดยเฉพาะในผิวเข้ม การใช้ 755 nm การยิงซ้ำ หรือการใช้ fractional setting ที่ไม่เหมาะสม

เกิดได้จากพลังงานสูง การทำถี่ การระคายเคือง หรือการโดนแดดหลังทำ

Pico ไม่ได้ตัดความเสี่ยง PIH ออกทั้งหมด งานวิจัย Pico 755 nm ร่วมกับ hydroquinone พบ PIH เล็กน้อยใน 15% ของด้านที่ทำเลเซอร์ งานวิจัยปี 2022

รอยด่างขาวเป็นหย่อม

มีโอกาสเกิดได้ แม้มีรายงานน้อยกว่าและขึ้นอยู่กับโปรโตคอล

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่มีรายงานจากการทำ low-fluence laser toning ซ้ำหรือถี่เกินไป

หากเริ่มมีสีผิวไม่สม่ำเสมอหรือรอยขาว ควรหยุดและประเมินใหม่ ไม่ควรเพิ่มจำนวนครั้งเพื่อเร่งผล

การกลับมาเป็นซ้ำ

กลับมาได้ เพราะเลเซอร์ไม่ได้กำจัดปัจจัยกระตุ้นทั้งหมด

กลับมาได้เช่นกัน และมีรายงาน rebound hyperpigmentation หลังหยุดรักษา

งานวิจัยติดตาม 2 ปีพบอัตราการกลับเป็นซ้ำสูง ไม่ว่าใช้ Pico 755 nm หรือ Q-switched 1,064 nm จึงไม่ควรใช้คำว่า “รักษาหายถาวร” Zhou et al., 2024

การใช้ร่วมกับยาทาและการป้องกันแสง

ควรอยู่ในแผนที่ควบคุมแสง การอักเสบ และปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วย

เช่นเดียวกัน ไม่ควรใช้เป็นการรักษาเดี่ยวโดยอัตโนมัติ

งานวิจัยหนึ่งไม่พบว่าการเพิ่ม Pico 755 nm ให้ผลเหนือกว่า hydroquinone 2% เพียงอย่างเดียวอย่างมีนัยสำคัญ Manuskiatti et al., 2022

ค่าใช้จ่าย

โดยทั่วไปค่าบริการมักสูงกว่า เนื่องจากต้นทุนของเทคโนโลยีและเครื่องมือ

มักมีค่าใช้จ่ายต่อครั้งต่ำกว่า แต่บางโปรโตคอลอาจต้องทำหลายครั้ง

ควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายตลอดแผน จำนวนครั้ง การติดตามผล และยาร่วม ไม่ใช่เปรียบเทียบราคาต่อครั้งอย่างเดียว

เหมาะกับใคร

อาจพิจารณาในผู้ที่มีรอยเม็ดสีซึ่งตรงกับความยาวคลื่น มีข้อบ่งชี้ชัดเจน และรับความเสี่ยงได้

อาจพิจารณาในผู้ที่แพทย์เห็นว่าเหมาะกับ 1,064 nm หรือโปรโตคอล low-fluence ที่ควบคุมอย่างระมัดระวัง

ไม่มีลักษณะผู้ป่วยเพียงข้อเดียวที่ใช้ตัดสินจากชื่อเครื่อง ต้องประเมินการวินิจฉัย สีผิว ประวัติ PIH และการรักษาที่ผ่านมา

ข้อสรุปในการเลือก

เป็นอีกทางเลือก ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ

ยังมีบทบาทในผู้ป่วยที่เหมาะสม ไม่ได้ล้าสมัยเพียงเพราะเป็นเทคโนโลยีเก่ากว่า

เลือกจาก การวินิจฉัย + ความยาวคลื่น + หัวเลเซอร์ + ค่าพลังงาน + ระยะห่าง + แผนติดตามผล มากกว่าคำว่า Pico หรือ Q-switched

คำตอบสั้น ๆ: Pico Laser ไม่ได้ดีกว่า Q-Switched Laser สำหรับฝ้าทุกคน งานวิจัยที่เปรียบเทียบเลเซอร์ 1,064 nm ทั้งสองชนิดพบว่าสามารถช่วยให้ฝ้าจางลงได้ แต่ยังไม่พบว่า Pico ให้ผลเหนือกว่าอย่างชัดเจน ส่วนผลลัพธ์ของ Pico 755 nm แตกต่างกันตามหัวเลเซอร์ วิธีตั้งค่า และการรักษาร่วม ฝ้าจึงควรเลือกเครื่องจากการวินิจฉัย สีผิว และความเสี่ยงของแต่ละคน ไม่ใช่เลือกจากคำว่า “Pico” หรือความใหม่ของเครื่องเพียงอย่างเดียว งานวิจัยแบบ split-face ปี 2022 · งานวิจัยติดตามผล 2 ปี

งานวิจัยบอกอะไรเกี่ยวกับ Pico กับ Q-Switched สำหรับฝ้า?

งานวิจัย

รูปแบบการศึกษา

ผลที่พบ

ข้อจำกัดที่ควรรู้

Split-face RCT ผู้ป่วยเกาหลี 20 ราย ทำ 5 ครั้ง

ทั้งสองด้านดีขึ้น แต่ไม่พบความแตกต่างของ mMASI ความพึงพอใจ หรือความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ

กลุ่มตัวอย่างเล็กและติดตามไม่นาน

Split-face RCT 18 ราย

ทั้งสองแบบลด mMASI ได้ ไม่พบความแตกต่างด้านผลลัพธ์หรือความพึงพอใจ โดย Q-switched เจ็บมากกว่าในโปรโตคอลนี้

ไม่สามารถสรุปเรื่องความเจ็บกับเครื่องและหัวเลเซอร์ทุกแบบได้

Split-face 12 ราย ทำ 4 ครั้ง

Pico 755 nm ให้การจางของสีมากกว่าในการติดตาม 3 เดือน

เปรียบเทียบคนละความยาวคลื่น คนละการตั้งค่า และมีตัวอย่างเพียง 12 ราย

Randomized split-face เปรียบเทียบ Pico 755 nm แบบ DLA กับ Q-switched 1,064 nm

Q-switched ให้ผลระยะสั้น แต่ไม่ได้แสดงประโยชน์เพิ่มเหนือ Pico อย่างชัดเจน และพบการกลับเป็นซ้ำสูงในระยะ 2 ปี

ใช้ Pico แบบ DLA จึงไม่สามารถแทนผลของหัว full-beam ทุกแบบ

Randomized split-face controlled trial

การเพิ่ม Pico ไม่ได้ให้ประโยชน์เหนือกว่ายาทาอย่างมีนัยสำคัญ และพบ PIH เล็กน้อย 15% ในด้านที่ทำเลเซอร์

เป็นโปรโตคอลเฉพาะและไม่ควรนำไปเหมารวมกับ Pico ทุกความยาวคลื่น

Split-face RCT 22 ราย ทำ 5 ครั้งทุกสัปดาห์

ด้านที่ทำเลเซอร์ดีขึ้นระยะแรก แต่ผู้เข้าร่วมทั้งหมดกลับเป็นซ้ำระหว่างติดตาม พบด่างขาว 3 รายและ rebound hyperpigmentation 4 ราย

เป็นโปรโตคอลเฉพาะที่ทำถี่ จึงไม่ใช่ความเสี่ยงในอัตราเดียวกันสำหรับทุกแผนรักษา

ความเห็นร่วมของแพทย์ผิวหนังด้านโรคเม็ดสี 38 คนจาก 11 ประเทศ

ย้ำความสำคัญของการป้องกันแสงและยาทา ส่วนเลเซอร์ควรพิจารณาเป็นหลักในรายที่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นไม่เพียงพอ

เป็นฉันทามติผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่งานเปรียบเทียบเครื่องใดเครื่องหนึ่งโดยตรง



Picosecond Laser รักษาบริเวณใดและปัญหาผิวแบบไหนได้บ้าง?

เทคโนโลยี Picosecond Laser (เช่น เครื่อง Lutronic PicoPlus หรือ PicoSure Pro) มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับความยาวคลื่นให้เหมาะกับรอยโรคและการทำหัตถการในหลายบริเวณ ได้แก่:

  • รักษากระและจุดด่างดำ: กระตื้น กระลึก รอยดำสิว บริเวณใบหน้า แขน หลังมือ หรือลำตัว

  • ปรับสีผิวเฉพาะจุด: ลดความหมองคล้ำบริเวณริมฝีปาก รักแร้ ฐานนม หรือขาหนีบ

  • ลบรอยสัก (Tattoo Removal): สามารถลบได้หลายสี ทั้งสีดำ สีแดง สีเหลือง และสีเขียว

  • ฟื้นฟูสภาพผิว (Rejuvenation): ปรับสีผิวให้ขาวเนียนสม่ำเสมอ ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้น

  • รักษาหลุมสิวและแผลเป็น (Acne Scar): กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวกระชับและเรียบเนียน


เลือกรักษาด้วย Picosecond Laser หรือ Q-Switched ที่ Kritthada Clinic

Kritthada Clinic มีทั้ง Picosecond Laser และ Q-Switched Laser พร้อมความยาวคลื่นหลักที่ครอบคลุมตั้งแต่ 532, 595, 660, 755 ถึง 1,064 nm เนื่องจากเม็ดสีแต่ละชนิดอยู่ในระดับความลึกและตอบสนองต่อความยาวคลื่นไม่เหมือนกัน การมีหลายเทคโนโลยีจึงช่วยให้แพทย์เลือกชนิดพัลส์ ความยาวคลื่น หัวเลเซอร์ และค่าพลังงานให้ตรงกับรอยที่ตรวจพบมากขึ้น

จุดประสงค์ไม่ใช่การใช้ทุกเครื่องพร้อมกันหรือเลือกเครื่องที่แพงที่สุด แต่เพื่อไม่ต้องนำเครื่องเดียวมาใช้กับทุกปัญหา บางรายอาจเหมาะกับ Q-Switched ขณะที่บางรายอาจพิจารณา Picosecond Laser หรือใช้เทคโนโลยีมากกว่าหนึ่งชนิดตามลำดับ เมื่อมีทั้งฝ้า กระ รอยดำ ปานโฮริ หรือรอยแดงร่วมกัน แพทย์จะประเมินสีผิว ประวัติผลข้างเคียง และการตอบสนองก่อนปรับแผนในแต่ละครั้ง ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล


เทคโนโลยี Q-Switched และ Picosecond Laser ที่ Kritthada Clinic

Kritthada Clinic มีเลเซอร์เม็ดสีหลายระบบ เพื่อให้แพทย์เลือกชนิดพัลส์ ความยาวคลื่น และหัวเลเซอร์ให้ตรงกับชนิดและระดับความลึกของรอย โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องเดียวกับทุกคน

Q-Switched Laser

  • MIIN — Q-switched Nd:YAG ที่มีความยาวคลื่น 1,064 และ 532 nm พร้อมรูปแบบ multi-pulse สำหรับปรับการส่งพลังงานตามชนิดและความลึกของเม็ดสี

  • Spectra — Q-switched Nd:YAG ความยาวคลื่นหลัก 1,064 และ 532 nm สามารถปรับใช้ได้ทั้งแบบ laser toning และการยิงเฉพาะรอยตามข้อบ่งชี้

Picosecond Laser

  • PicoSure Pro — Picosecond alexandrite รุ่นใหม่ที่ใช้ความยาวคลื่นหลัก 755 nm มีหัวเลเซอร์และขนาด spot หลายแบบ สำหรับปรับการรักษารอยเม็ดสีและปัญหาโครงสร้างผิวตามข้อบ่งชี้

  • PicoSure — Picosecond alexandrite 755 nm รุ่นดั้งเดิม เหมาะกับการพิจารณารอยเม็ดสีบางชนิด โดยแพทย์เลือกหัวเลเซอร์และค่าพลังงานตามสีผิวและลักษณะของรอย

  • PicoPlus — Picosecond Nd:YAG ที่มีความยาวคลื่น 1,064, 532, 595 และ 660 nm รวมถึงโหมด picosecond และ nanosecond ช่วยเพิ่มทางเลือกสำหรับเม็ดสีที่มีสีและระดับความลึกแตกต่างกัน

  • PicoV — ไม่ใช่ชื่อเครื่องเลเซอร์แยก แต่เป็นโปรแกรมที่ใช้ PicoSure Pro ร่วมกับ Derma V ในบางกรณีที่พบทั้งรอยเม็ดสี รอยแดง หรือองค์ประกอบของหลอดเลือดร่วมกัน

การมีหลายเทคโนโลยีไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องทำหลายเครื่องพร้อมกัน แต่ช่วยให้แพทย์เลือกเครื่องที่ตรงกับเป้าหมายมากขึ้น บางรายอาจใช้ Q-Switched หรือ Picosecond เพียงเครื่องเดียว ขณะที่บางรายอาจวางแผนใช้หลายเทคโนโลยีตามลำดับเมื่อมีข้อบ่งชี้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล


สรุป: Pico ดีกว่า Q-Switched สำหรับฝ้าหรือไม่?

ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า Pico Laser ดีกว่า Q-Switched Laser สำหรับฝ้าทุกคน งานวิจัยที่ควบคุมตัวแปรด้วยการใช้ความยาวคลื่น 1,064 nm เท่ากันพบผลใกล้เคียงกัน ขณะที่งานที่พบว่า Pico 755 nm ให้ผลดีกว่าบางฉบับมีจำนวนผู้เข้าร่วมน้อยและเปรียบเทียบคนละความยาวคลื่น

สำหรับฝ้า สิ่งสำคัญกว่าชื่อเครื่องคือการวินิจฉัยให้ถูกต้อง การควบคุมแสงแดด การเลือกยาหรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม การตั้งค่าพลังงานอย่างระมัดระวัง และการติดตามผลระยะยาว เลเซอร์ทั้งสองชนิดอาจช่วยให้ฝ้าจางลงได้ในผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเหมาะสม แต่ไม่สามารถรับประกันผลหรือป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Picosecond Laser และ Q-Switched Laser

  1. Pico ดีกว่า Q-Switched สำหรับฝ้าทุกคนหรือไม่?

ไม่เสมอไป งานวิจัยที่เปรียบเทียบ Picosecond 1,064 nm กับ Q-Switched 1,064 nm พบว่าทั้งสองวิธีช่วยให้ฝ้าจางลงได้ แต่ยังไม่ยืนยันว่า Pico เหนือกว่าอย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยทุกคน การเลือกวิธีต้องพิจารณาชนิดของรอย สีผิว ความยาวคลื่น และประวัติผลข้างเคียงร่วมกัน

  1. Picosecond Laser ใช้จำนวนครั้งน้อยกว่า Q-Switched เสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับชนิดและความลึกของเม็ดสี ความยาวคลื่น หัวเลเซอร์ ค่าพลังงาน และการตอบสนองของแต่ละคน Pico อาจได้เปรียบในรอยบางชนิด แต่ไม่ควรนำไปเหมารวมกับฝ้า กระ หรือรอยดำทุกกรณี

  1. Pico เจ็บน้อยและพักฟื้นเร็วกว่า Q-Switched หรือไม่?

ไม่สามารถสรุปได้จากชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว ความรู้สึกและระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับพลังงาน ขนาดจุดยิง จำนวน pass และการใช้หัวแบบ full-beam หรือ fractional เลเซอร์ทั้งสองชนิดอาจทำให้แดง บวม หรือเกิดรอยดำหลังการอักเสบได้

  1. ควรเลือกเลเซอร์ชนิดใดสำหรับฝ้า กระ และรอยดำ?

ควรเริ่มจากการวินิจฉัย เพราะฝ้า กระ กระลึก และรอยดำหลังอักเสบมีตำแหน่งและกลไกต่างกัน สำหรับฝ้า การป้องกันแสงและยาทามักเป็นพื้นฐาน ส่วนเลเซอร์เป็นทางเลือกเสริมในผู้ที่เหมาะสม

  1. หลังทำเลเซอร์มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

อาจเกิดรอยแดง บวม แสบ ผิวแห้ง สะเก็ด รอยดำหลังการอักเสบ รอยด่างขาว หรือฝ้าเข้มขึ้นได้ ความเสี่ยงแตกต่างตามสีผิว วิธีรักษา และการดูแลหลังทำ หากอาการผิดปกติหรือสีผิวเข้มขึ้นต่อเนื่องควรพบแพทย์

ข้อมูลเพิ่มเติมและการนัดหมาย

ตรวจทานข้อมูลทางการแพทย์โดย

ตรวจทานข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุด: 16 กันยายน 2569

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัย การให้คำแนะนำ หรือการวางแผนรักษาโดยแพทย์ได้ ผลลัพธ์และจำนวนครั้งอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ความคิดเห็น


FIND US
 

สาขา Little Walk บางนาตราด

ติดกับ รพ.ไทยนครินทร์  

769 ห้อง A4 อาคาร Little walk บางนา ถนน บางนา-ตราด เขตบางนา แขวงบางนา กรุงเทพมหานคร

098-271-7778

​

​

LINE@: @kritthadaclinic

kritthadaclinic@gmail.com

OPENING HOURS
​

LITTLE WALK บางนา

วันจันทร์ - วันอาทิตย์ 11:00 - 20:30น.

ปิดทุกวันพฤหัสบดี

​

​

​

bottom of page