top of page

จริงมั้ยที่โปรแกรม PicoSure Pro เลเซอร์รักษาฝ้าได้ดีที่สุด? เจาะลึกข้อมูลจาก Kritthada Clinic

  • รูปภาพนักเขียน: Krit Buranayotchkul, MD.
    Krit Buranayotchkul, MD.
  • 15 เม.ย.
  • ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 20 เม.ย.

เจาะลึกข้อมูลรักษาฝ้าด้วย PicoSure Pro ที่ Kritthada Clinic พร้อมรีวิว Before & After จริง
เจาะลึกข้อมูลรักษาฝ้าด้วย PicoSure Pro ที่ Kritthada Clinic พร้อมรีวิว Before & After จริง

ในวงการเลเซอร์รักษาฝ้า โปรแกรม PicoSure Pro มักถูกยกให้เป็น 1 ในเครื่องมือรักษาฝ้ามาตรฐาน Gold Standard อยู่เสมอ โดยเฉพาะที่ Kritthada Clinic ซึ่งเป็นคลินิกที่มีประสบการณ์ในด้านเลเซอร์กลุ่ม Pigment เป็นพิเศษ แต่คำถามคือ "ดีที่สุดจริงหรือเปล่า?" หรือเป็นเพียงกระแสการตลาด วันนี้เราจะมาเจาะลึกด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัย เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น


สารบัญ

ทำความรู้จักสั้นๆ กันก่อนว่า PicoSure Pro คืออะไร?

PicoSure Pro คือเลเซอร์ในกลุ่ม Picosecond Laser รุ่นล่าสุดจากบริษัท Cynosure (สหรัฐอเมริกา) ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยี Pico รายแรกของโลก ที่มีความแตกต่างจาก Pico Laser ทั่วไปในท้องตลาด (ที่ส่วนใหญ่เป็นระบบ Nd:YAG 1064 nm) คือ PicoSure Pro ใช้ความยาวคลื่น 755 nm (Alexandrite Laser) และความโดดเด่นที่ทำให้รุ่น "Pro" คือ รุ่นที่พัฒนาให้สามารถปรับพลังงานได้ทั้งสูงขึ้นและต่ำลง ช่วยให้การรักษามีความละเอียดและเฉพาะเจาะจงต่อปัญหาของแต่ละบุคคลมากขึ้น


ทำไม PicoSure Pro ต้องความยาวคลื่น 755 nm? (The Power of 755nm)

ความลับที่ทำให้ PicoSure Pro แตกต่างจาก Pico Laser เครื่องอื่นในตลาด (ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ความยาวคลื่น 1064 nm) คือ ความยาวคลื่น 755 nm (Alexandrite) 

  • ตามหลักฟิสิกส์ ความยาวคลื่น 755 nm มีค่าการดูดซับเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ได้สูงกว่า 1064 nm ถึง 3 เท่า

  • เมื่อดูดซับเม็ดสีได้ดีกว่า จึงใช้พลังงานน้อยกว่าในการทำให้เม็ดสีแตกตัว ช่วยลดความร้อนสะสมในผิว

  • เนื่องจาก 755 nm จับกับเม็ดเลือด (Hemoglobin) ได้น้อยมาก ผลข้างเคียงอย่างอาการห่อเลือด (Pinpoint Bleeding) หรือรอยแดงหลังทำจึงน้อยกว่าเครื่องรุ่นอื่นอย่างเห็นได้ชัด

รักษาฝ้าด้วย PicoSure Pro ได้ผลลัพธ์ดี ที่ Kritthada Clinic (กริตธาดาคลินิก)
ทำไม PicoSure Pro 755 nm ถึงตอบโจทย์การรักษาฝ้าได้ดี

เจาะลึกเหตุผลว่าทำไม PicoSure Pro 755 nm ถึงตอบโจทย์การรักษาฝ้าได้ดี:

1. การทำงานแบบ "จำเพาะเจาะจง" (High Selectivity)

ความยาวคลื่น 755 nm มีค่าการดูดซับเม็ดสี (Melanin) สูงมากเมื่อเทียบกับความยาวคลื่น 1064 nm (ที่ใช้ใน Pico เครื่องอื่นๆ)

  • ผลลัพธ์: เลเซอร์จะวิ่งตรงไปหาเม็ดสีฝ้าโดยตรง โดยไม่เสียพลังงานไปกับการจับเส้นเลือดใต้ผิว

  • ข้อดี: ผิวไม่ระบม ไม่ค่อยมีเลือดซิบ (Pinpoint bleeding) ลดความเสี่ยงที่ความร้อนจะไปกระตุ้นให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้น

2. เปลี่ยนเม็ดสีให้เป็น "ฝุ่น" (PressureWave™ Technology)

PicoSure Pro ส่งพลังงานเร็วระดับ Picosecond (หนึ่งในล้านล้านวินาที) จนเกิดแรงกระแทกมหาศาล

  • กลไก: เม็ดสีฝ้าที่เกาะตัวกันแน่นจะแตกกระจายกลายเป็นอนุภาคขนาดเล็กละเอียดเหมือน "ฝุ่น"

  • การกำจัด: เมื่อเม็ดสีเล็กลงมาก ระบบน้ำเหลืองและเม็ดเลือดขาวของร่างกายจะเข้ามากำจัด (Scavenge) ออกไปได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นกว่าเลเซอร์ระบบเก่า

3. ฟื้นฟูผิวด้วย Platinum Focus™ Lens

การรักษาฝ้าที่ดีต้องทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นด้วย หัวเลนส์พิเศษของ PicoSure Pro จะสร้างช่องว่างเล็กๆ ใต้ผิว (LIOBs) เพื่อ:

  • กระตุ้นคอลลาเจน: ช่วยให้ผิวชั้น Dermis หนาตัวขึ้น

  • ซ่อมแซมผิว: เมื่อโครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น โอกาสที่ปัจจัยภายนอกจะมากระตุ้นให้เกิดฝ้าซ้ำก็จะลดลง ผิวจะดูใสและเรียบเนียนขึ้น (Skin Revitalization)

4. เหมาะมากกับ "ฝ้าดื้อ" (Stubborn Melasma)

สำหรับใครที่เคยรักษาด้วย Q-Switched หรือ Pico 1064 nm แล้วฝ้าจางลงถึงจุดหนึ่งแล้วหยุด (Plateau phase) การเปลี่ยนมาใช้ 755 nm มักจะช่วยเก็บรายละเอียดเม็ดสีที่เหลืออยู่ได้ดีขึ้น เพราะมันเข้าถึงเม็ดสีในรูปแบบที่ความยาวคลื่นอื่นทำไม่ได้

5. ปลอดภัยต่อผิวคนไทย (Safety on Asian Skin)

ด้วยความที่มันจับเมลานินได้ดีมากในระดับพลังงานที่ไม่สูงจนเกินไป ทำให้เกิดความร้อนสะสมในผิวชั้นบนน้อย (Less Heat) จึงลดโอกาสที่ผิวจะเบิร์นหรือเกิดผลข้างเคียงสำหรับคนผิวสองสีแบบชาวเอเชีย


พิสูจน์ด้วยสถิติจากงานวิจัย PicoSure Pro

ผลลัพธ์การรักษาฝ้าด้วย PicoSure Pro ที่ Kritthada Clinic (กริตธาดาคลินิก)
รีวิว รักษาฝ้า PicoSure Pro, Combination Laser Treatment ที่ Kritthada Clinic

หากดูจากงานวิจัยทางคลินิก (Clinical Studies) จะพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

  1. ประสิทธิภาพในคนเอเชีย: งานวิจัยชิ้นหนึ่งในวารสาร Lasers in Surgery and Medicine ระบุว่าการใช้ Picosecond 755 nm รักษาฝ้าในคนเอเชียให้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะเมื่อใช้โหมด Focus Lens Array (DLA) ที่ช่วยปรับโครงสร้างผิวไปพร้อมกัน

    • การศึกษาในหญิงไทย/เอเชีย: งานวิจัยโดย รศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ และคณะ ได้ทำการศึกษาประสิทธิภาพของเลเซอร์ 755nm ในคนไข้ชาวเอเชียที่มีผิวคล้ำ (Fitzpatrick Skin Type IV) ผลการศึกษาพบว่า 755nm Picosecond Laser มีประสิทธิภาพสูงและมีความปลอดภัยในการรักษาเม็ดสีผิดปกติ โดยมีโอกาสเกิดรอยดำหลังทำ (PIH) ต่ำกว่าเลเซอร์รุ่นเดิมๆ

    • Treatment of Melasma and Post-Inflammatory Hyperpigmentation by a Picosecond 755-nm Alexandrite Laser in Asian Patients

  2. FDA Cleared: PicoSure Pro เป็นเครื่อง Picosecond Laser รุ่นแรกๆ ที่ได้รับรองจาก US FDA ว่าสามารถรักษาฝ้า (Melasma), ปานโอตะ (Nevus of Ota) และปานโฮริ (Hori’s Nevus) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่ทุกเครื่องจะได้รับรองในข้อนี้


ข้อควรทราบในการรักษาฝ้า

แม้ PicoSure Pro จะมีประสิทธิภาพสูง แต่การรักษาฝ้ายังไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุด เพราะผิวของแต่ละคนแตกต่างกัน การตอบสนองต่อการรักษาจึงแตกต่่างกัน และฝ้ายังคงเป็นรอยโรคที่รักษาไม่หายขาดละเอียดอ่อน:

  • ไม่ใช่ครั้งเดียวหาย: โดยทั่วไปต้องทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง (ห่างกันทุก 4 สัปดาห์) ขึ้นอยู่กับความลึกของฝ้า

  • การรักษาฝ้ายังไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุด เพราะผิวของแต่ละคนแตกต่างกัน การตอบสนองต่อการรักษาจึงแตกต่่างกัน

  • ฝ้ายังคงเป็นรอยโรคที่รักษาไม่หายขาด มีโอกาสกลับมาเข้มขึ้นได้ แม้จะรักษาจนจางลงแล้ว

  • การดูแลหลังทำ สำคัญมากคือการเลี่ยงแดดและทากันแดดอย่างเคร่งครัด เพราะเลเซอร์ช่วยทำลายเม็ดสีเก่า แต่แดดจะกระตุ้นเม็ดสีใหม่

  • ต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ตรวจประเมินผิวและปรับจูนค่าพลังงานให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

รีวิวรักษาฝ้าด้วย PicoSure Pro ที่ Kritthada Clinic บางนา ผลลัพธ์ฝ้าจางลงชัดเจนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ทำไมต้อง PicoSure Pro รักษาฝ้าที่ Kritthada Clinic?

นอกเหนือจากตัวเครื่องที่ทันสมัย การรักษาฝ้าให้ได้ผลดี "เครื่องมือ" เป็นเพียง 50% ส่วนอีก 50% คือ "ประสบการณ์ของแพทย์" ผู้ใช้เครื่องมือ

  • Customized Settings: ฝ้าของแต่ละคนมีความลึกและปัจจัยกระตุ้นที่ต่างกัน ที่ Kritthada Clinic คุณหมอจะวิเคราะห์สภาพผิวและปรับจูนพลังงาน (Fluence) ให้เหมาะสม ไม่ใช่การยิงแบบ One-size-fits-all

  • Combination Therapy: บ่อยครั้งที่การใช้เลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพื่อผลการรักษาที่ดี และความคุ้มค่าของคนไข้ที่สามารถทำได้หลากหลายเครื่องมือในที่เดียว คุณหมอจึงมีการผสมผสานเครื่องมือหรือเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น

    • PicoV (PicoSure Pro + Derma V Laser) หัวเลเซอร์ 755nm ที่จับเม็ดสีได้ดีที่สุด และ Picoplus/Picov ที่ช่วยให้ฝ้าจางลงไวโดยไม่ทำให้ผิวไหม้ เราใช้ Derma V เพื่อทำลายเส้นเลือดที่ผิดปกติซึ่งเป็นต้นเหตุให้ฝ้ากลับมาเป็นซ้ำ

    • LaseMD หรือ CureJet ส่งหรือผลักตัวยารักษาฝ้าลงสู่ผิว เช่น Tranexamic Acid หรือ Skin Boosters อย่าง Juvelook ให้ลงไปได้ลึกถึงชั้นที่ฝ้าอยู่ ซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวที่เกิดฝ้าได้โดยตรง แทนที่จะเกาะอยู่แค่ผิวชั้นนอก

    • Sylfirm X Plus Dual Wave RF Microneedling ที่ช่วยซ่อมแซม Basement Membrane (รอยต่อชั้นผิว) หากชั้นนี้แข็งแรง เม็ดสีจากชั้นบนจะไม่ตกลงไปชั้นลึก ทำให้ฝ้าไม่ฝังรากลึก

  • การถ่ายรูปวัดผล/วิเคราะห์แม่นยำด้วยโปรแกรม Meicet Isemeco D9 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม Kritthada Clinic จะใช้เครื่อง Meicet D9 สแกนผิวแบบ 3D เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวในสภาพแสงต่างๆ ได้อย่างละเอียด ทำให้คุณหมอสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด และคนไข้สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อน-หลังทำได้อย่างชัดเจน

  • คลิก ดูรีวิวรักษาฝ้า PicoSure Pro ที่ Kritthada Clinic

เทรนด์ปี 2026 ในการรักษาฝ้า ที่ Kritthada Clinic

เทรนด์การรักษาฝ้าในปัจจุบันได้ก้าวข้ามยุคของ "การใช้เลเซอร์ตัวเดียว" ไปแล้ว เพราะฝ้าเป็นรอยโรคที่ซับซ้อน ไม่ได้มีแค่เม็ดสี (Melanin) แต่ยังรวมถึงความผิดปกติของหลอดเลือด (Vascular), การอักเสบ และโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพ

Combination Treatment จึงเป็นมาตรฐานใหม่ที่ Kritthada Clinic และคลินิกชั้นนำระดับโลกใช้ เพื่อการออกแบบ "Recipe" หรือสูตรผสมผสานที่เหมาะกับคนไข้แต่ละบุคคล เพื่อให้ฝ้าจางลงอย่างปลอดภัยและผิวไม่บางลง เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ


คำถามที่พบบ่อย (FAQs): PicoSure Pro รักษาฝ้า

PicoSure Pro รักษาฝ้ากี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

โดยส่วนใหญ่คนไข้จะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงว่าผิวดูใสขึ้นและฝ้าจางลงตั้งแต่ 1-2 ครั้งแรก แต่เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและคงอยู่ยาวนาน แนะนำให้ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 2-6 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึกและชนิดของฝ้า ซึ่ง Kritthada Clinic จะใช้กล้อง Meicet D9 สแกนผิวแบบ 3D ช่วยประเมินในแต่ละครั้งที่ทำ

หลังทำ PicoSure Pro หน้าจะบางหรือไวต่อแดดไหม?

ไม่ทำให้ผิวบางลง ในทางตรงกันข้าม PicoSure Pro มีหัวเลนส์พิเศษ (Platinum Focus Lens) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้โครงสร้างผิวหนาตัวและแข็งแรงขึ้นจากภายใน อย่างไรก็ตาม หลังทำเลเซอร์ผิวอาจจะไวต่อแสงแดดชั่วคราวในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก จึงจำเป็นต้องทากันแดดอย่างเคร่งครัด

ทำแล้วฝ้าจะหายขาดไหม หรือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีก?

ฝ้าเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากหลายปัจจัย (แสงแดด ฮอร์โมน ความร้อน) ยังไม่มีเลเซอร์ชนิดใด หรือวิธีการรักษาใดในโลกที่ทำให้หายขาดแบบ 100% ตลอดชีวิต แต่ PicoSure Pro สามารถทำให้ฝ้าจางลงจนมองไม่เห็นได้ หากดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์ร่วมกับการทำ Combination Treatment ผิวจะแข็งแรงจนโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอาจน้อยลง หรือฝ้าจางได้ยาวนานขึ้นได้

หลังทำเสร็จหน้าจะแดง หรือต้องพักหน้านานแค่ไหน? (Downtime)

จุดเด่นของความยาวคลื่น 755nm คือความอ่อนโยนต่อผิว หลังทำผิวจะมีอาการ ชมพูระเรื่อเพียง 1-3 ชั่วโมง แล้วจะค่อยๆ กลับสู่สภาวะปกติ คนไข้สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีในวันถัดไป ไม่มีการตกสะเก็ดหนาหรือหน้าดำเหมือนเลเซอร์สมัยก่อน

PicoSure Pro ต่างจาก Pico ทั่วไปตามคลินิกอื่นอย่างไร?

ความต่างหลักคือ ความยาวคลื่น 755nm ในขณะที่ Pico ส่วนใหญ่ใช้ 1064nm ซึ่งเน้นการลงลึกแต่จับเม็ดสีเมลานินได้น้อยกว่า 755nm ถึง 3 เท่า นอกจากนี้ PicoSure Pro ยังเป็นเครื่องรุ่นล่าสุดที่ได้รับการรับรองจาก US-FDA ว่ารักษาฝ้าได้จริงและปลอดภัยสูง (ความร้อนสะสมน้อยกว่า ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง)

คนที่เป็นฝ้าเลือด (Vascular Melasma) ทำได้ไหม?

ทำได้ แต่สำหรับฝ้าเลือดที่มีความผิดปกติของหลอดเลือดร่วมด้วย ที่ Kritthada Clinic เราแนะนำให้ทำแบบ Combination Treatment โดยใช้ PicoSure Pro จัดการเม็ดสี ควบคู่กับ Derma V Laser หรือ RF Microneedling (เช่น Sylfirm X) เพื่อทำลายหลอดเลือดส่วนเกิน จะทำให้ผลลัพธ์ดีกว่าการใช้เลเซอร์เพียงอย่างเดียว


สรุป: รักษาฝ้าด้วย PicoSure Pro 755nm ดีที่สุดจริงมั้ย?

  • คำตอบจากข้อมูลและผลวิจัย คือ "จริงในแง่ของเทคโนโลยีการจับเม็ดสีเมลานิน" PicoSure Pro 755 nm คือเลเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิวแต่ดุดันต่อเม็ดสีมากที่สุดในปัจจุบัน เหมาะมากสำหรับผู้ที่กลัวผิวเบิร์น หรือไม่อยากพักหน้านาน

  • มุมมองจาก Kritthada Clinic: หากโจทย์คือ "การรักษาฝ้า" ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและผิวดูสุขภาพดีขึ้นด้วย (Skin Rejuvenation) โดยไม่อยากพักหน้านาน PicoSure Pro คือตัวเลือกที่ลงตัว แต่หากเป็นกรณีฝ้าลึกมากหรือมีรอยสักร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาใช้เครื่องกลุ่ม 1064 nm หรือเครื่องมืออื่นมาเสริมในการรักษาได้ตามหลัก Combination Treatment และ Customized Settings

อย่างไรก็ตาม ฝ้าเป็นโรคเรื้อรัง การรักษาที่ "ดีที่สุด" จึงไม่ใช่แค่การเลือกเครื่องที่ดีที่สุด แต่คือการได้รับคำแนะนำและการดูแลจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์อย่างต่อเนื่องนั่นเอง


สำหรับใครที่สนใจ สามารถปรึกษาคุณหมอที่ Kritthada Clinic เพื่อวิเคราะห์ประเภทฝ้าก่อนเริ่มการรักษาได้เลยที่

ติดต่อขอรับคำแนะนำหรือนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า

Little Walk Bangna

Line: @kritthadaclinic

Tel: 098-271-7778



วิดีโอนี้จะอธิบายถึงความแตกต่างของหัวเลเซอร์แต่ละขนาดและความสามารถเฉพาะตัวของ PicoSure Pro ในการรักษาฝ้ากระอย่างละเอียด


 
 
 

ความคิดเห็น


FIND US
 
สาขา Little Walk บางนาตราด
ติดกับ รพ.ไทยนครินทร์  
769 ห้อง A4 อาคาร Little walk บางนา ถนน บางนา-ตราด เขตบางนา แขวบางนา กรุงเทพมหานคร

098-271-7778

LINE@: @kritthadaclinic

kritthadaclinic@gmail.com

OPENING HOURS
LITTLE WALK บางนา
วันจันทร์ - วันอาทิตย์ 11:30 - 20:30น.
ปิดทุกวันพฤหัสบดี

FOLLOW US

  • line-logo-2-300x300
  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon
bottom of page